Chapter 03 : RULE 3

Title : 10 Rules of being friends-with-benefits

Pairing : jaebum x jackson

Rate : PG-13

Genre : Slash, Angst, Smut

Tag #บีสัน10ข้อ

 

 

cover_10rules03-

 

Chapter 03

 

 

Rule 3: DO keep your relationship in the bedroom

 

 

เริ่มเข้าสู่เดือนใหม่

ลมหนาวเป็นสัญญาณทักทายโชยมาเบาๆแต่ทำให้สะท้านได้ เขากระชับเสื้อแจ็คเก็ตเข้ากับตัวแล้วรีบก้าวจ้ำๆออกจากหอตัวเองไปที่ตึกเรียน นิโคลัสเพิ่งโทรมาบอกว่าถึงแล้ว ไม่รู้มันจะรีบอะไรนักหนา ก็รู้อยู่ว่าการนัดประชุมไม่เคยมีเพื่อนมาก่อนเวลาอยู่แล้ว

แล้วพอไปถึง ก็อย่างที่คาดไว้ ยังไม่มีเพื่อนมาสักคน เห็นแต่นิโคลัสที่นั่งมุดหัวกับเสื้อคลุมคาร์ดิแกนอยู่ที่ใต้ตึก

 

“รีบนักหรอมึงอ่ะ กูต้องออกมาหามึงเนี่ย”

แจ็คสันส่งเสียงดังแล้วรีบงับปากตัวเอง เพราะอากาศหนาวทำให้ปากเขาแอบสั่น

“ก็กูดูเวลาผิดอ่ะ เลยออกมาก่อนตั้งชั่วโมงนึง” นิโคลัสเถียง

“นี่ ให้กูซื้อนาฬิกาให้เอาไหม? ทั้งข้อมือ ตั้งโต๊ะ ติดผนังเลย เอาไหม?”

เขาพูดอย่างหัวเสีย นึกถึงครั้งก่อนที่นิคทำพวกเขาสายเพราะนาฬิกาตาย ตอนนี้ยังมาดูเวลาผิดอีก เขาควรจะทำยังไงกับความเด๋อด๋าของเพื่อนคนนี้ดี

 

“มึงแค่ออกมาก่อนแปปเดียวเอง ไม่บ่นดิ”

นิโคลัสทำหน้ายู่ จากคำที่ว่าแค่ออกมาแปปเดียว ทำให้แจ็คสันอยากจะกระโดดขาคู่ใส่ให้เต็มแรง – หนึ่งชั่วโมงไม่เรียกว่าแปปเดียวโว้ย

 

แต่รู้ว่าเถียงไปก็เท่านั้น หลายปีที่รู้จักกันมา มันก็เป็นแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน เพราะงั้นแจ็คสันเลยแค่ทำท่าง้างมือจะตบใส่เพื่อน แค่นั้นนิคก็หัวหดหมดแล้ว มันรีบใช้คำพูดอ้อนๆพูดกับเขาแล้วดันหลังให้เดินขึ้นตึก

 

ข้างในห้องนี้อุ่นกว่า แค่นิดหน่อย แจ็คสันเดินไปหามุมนั่งกับพื้น แต่พอตัวไปถูกกับผนังห้องเย็นเฉียบก็รีบเด้งตัวออกมา  “ฮื้อออ หนาวโว้ยยยยย”

 

ความเย็นกับแจ็คสันเป็นของไม่ถูกกัน

เลยกลายเป็นเขาต้องกระเถิบก้นตัวเองให้ไปนั่งตรงกลางๆห้อง ถึงจะไม่ได้อุ่นแต่ก็ดีกว่าผนังเย็นๆนั่น แจ็คสันงอตัวกอดตัวเองจนแทบเป็นก้อนกลมๆ

 

“มึงนี่ขี้หนาวจริงๆเลย”

 

แจ็คสันตวัดตาขึ้นมองไอ้ตัวต้นเหตุที่ให้เขาต้องออกมาเจออากาศเย็นเร็วขึ้นแล้วอยากจะบีบคอมันเขย่าๆอย่างโกรธแค้น

 

“มานั่งข้างกูเลยนิค”  เขาเอื้อมมือไปดึงแขนเพื่อนให้ลงมานั่ง ก่อนจะเบียดตัวเองเข้าไปนั่งซ้อนหลังมันแล้วดึงปลายเสื้อคลุมของเพื่อนมาคลุมหัว ลักษณะตอนนี้คล้ายๆว่าแจ็คสันเป็นลูกโคอะล่าที่กำลังเกาะหลังแม่

นิโคลัสหลุดขำ แล้วก็ได้ฝ่ามือตบเข้าที่หลังตัวเองแรงๆหนึ่งที

 

เขาสองคนนั่งอยู่อย่างนั้นจนเพื่อนคนอื่นเริ่มทยอยมากันแล้ว ส่วนมากบ่นเป็นเสียงเดียวว่าหนาวจนขี้เกียจมาประชุม แจ็คสันเห็นด้วยจนแทบอยากหนีกลับห้อง อี้หยุ่น – อีกชื่อคือแอมเบอร์ เพื่อนร่วมคณะคนละเอก ยื่นเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองให้แจ็คสันสวมทับอีกชั้นอย่างเห็นใจ

 

“เฮ้ย มึงใส่เหอะ เดี๋ยวมึงหนาว”

“เหอะนะ กูเห็นมึงละกูหนาวแทน”

 

ในเมื่อเพื่อนว่าอย่างนั้น แจ็คสันก็ยิ้มยิงฟันให้แล้วเอาเสื้อตัวหนาสีน้ำเงินเข้มของเพื่อนมาสวมทับ แต่ยังคงอิงแอบติดกับหลังนิโคลัสไม่ห่าง

อีริคส่งข้อความมาว่าจะมาช้า เขาตอบมันไปว่า ดีที่มันไม่อยู่หอเขา ไม่งั้นก็โดนนิโคลัสลากมาก่อนแน่นอน เสร็จแล้วแจ็คสันก็จิ้มเข้านั่นออกนี่ในโทรศัพท์ไปเรื่อย เขาเลื่อนข้อความดู เห็นชื่อของแจบอมแล้วก็เลยกดเข้าไป

 

‘มึง มาประชุมป่ะ?’

 

แจบอมไม่ได้อ่านข้อความทันที เขานั่งเล่นอีกสักพักก็ชวนนิโคลัสคุย

 

“ร้านกาแฟเปิดยังวะ?”

“นี่กี่โมงแล้วอ่ะ”

“9โมงกว่า”

“เปิดแล้วมั้ง จะไปไหมล่ะ?”

“ไป”

 

ตกลงกันเสร็จสรรพเขาก็เดินเกาะแขนนิโคลัสลงมาข้างล่างตึก ร้านกาแฟที่ว่าอยู่ถัดไปอีกไม่มาก แจ็คสันอยากได้อะไรอุ่นๆ ก่อนจะหนาวตาย

 

พอผลักประตูร้านเข้าไป เขาก็เห็นแผ่นหลังคุ้นตายืนสั่งเมนูอยู่ตรงเคาน์เตอร์

 

“อ้าว มึง” เขาทัก

 

ใช่, แจบอม

มันแต่งตัวเต็มยศ สวมแจ็คเก็ตสีดำทับชุดนักศึกษา และเซ็ทผม

 

น่าหมั่นไส้อีกแล้ว

 

“แจบอม มึงแต่งเต็มไปไหนเนี่ย?”

 

นิโคลัสถามแทนเขาไปแล้ว แจ็คสันลอบมองอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้า มันเนี๊ยบไปหมดตั้งแต่ผมยันรองเท้าที่ใส่ ที่สำคัญมีการแต่งหน้าบางๆให้ดูเท่ขึ้นด้วย

 

โว้ย

 

“กูมาช่วยเพื่อนถ่ายงาน”

“หือ? ใช่งานของจินยองป่ะ?”

“อือ แต่งตั้งแต่เช้าละ”

 

เขาฟังนิคกับแจบอมตอบถามกัน คงเป็นงานถ่ายหนัง ไม่ก็ถ่ายแบบ เพราะจินยองอยู่คณะนิเทศฯ คงให้แจบอมมาช่วยแสดงหรือมาเป็นแบบให้

 

“หล่อจังเลยวุ้ย”

นิโคลัสยู่ปากหลังชมอีกคนไป คงรู้สึกหมั่นไส้เหมือนๆกับเขา …หรือเปล่า ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆคือแจ็คสันหมั่นไส้

ยิ่งคูณสิบเข้าไปตอนแจบอมหันมายิ้มให้เขา

 

“เอาเสื้อกูอีกตัวไหม?”

 

มันยิ้มขำตอนมองที่เสื้อที่เขาสวมอยู่ แจ็คเก็ตยีนส์ทับด้วยบอมเบอร์สีน้ำเงินของแอมเบอร์ คือมันหนาว มันอาจจะดูเว่อร์ไปในที เมื่อแต่ละคนใส่กันแค่ชั้นเดียว แต่แจ็คสันหนาว เขาไม่แคร์!

 

“ถ้าไม่หนาวมึงก็ถอดมาดิ”

แจ็คสันปล่อยแขนนิโคลัสแล้วเดินไปดึงเสื้อบนตัวอีกคนอย่างง้องแง้ง “ถอดมา”

 

“มีตั้งสองตัวยังจะมาเอาของกูอีก”

“ก็มึงถามอ่ะ”

“นิค เพื่อนมึง” แจบอมพอขี้เกียจเถียงก็หันไปเรียกนิโคลัส แต่อีกฝ่ายส่ายหน้าแล้วเดินหลบไปสั่งเครื่องดื่ม

“ไม่ เพื่อนมึงอ่ะ” นิโคลัสปฏิเสธ

“กูเพื่อนมึงนะนิโคลัส!”

 

พอโดนเพื่อนพูดแบบนั้นแจ็คสันก็ทิ้งเสื้อแจบอมแล้วพุ่งไปเกาะนิคแทน เขาส่งเสียงแห่งความเสียใจออกมาแล้วเขย่าตัวเพื่อนจนแทบจะเป็นนิคเฟรปเป้

 

เล่นกันพอขำๆเสร็จเขาก็ฝากเพื่อนสั่งเมนูของตัวเองแล้วหมุนตัวจะไปหาที่นั่ง เขาก็เห็นแจบอมนั่งไขว้ขาอยู่โต๊ะใกล้ๆ – ด้วยมาดแบบนั้น แต่งตัวแบบนั้น บวกหน้าตาและสถานที่ แจบอมดูเป็นพระเอกซีรี่ย์มากกว่าตอนไหนๆ

 

อยากข่วนหน้า

 

เขาจะเดินไปนั่งโต๊ะเดียวกับอีกคน แต่คิดขึ้นมาได้ว่า จะแปลกหรือเปล่าถ้าเขาไปนั่งกับแจบอม เพราะปกติแล้วเวลาอยู่นอกห้อง แจ็คสันกับแจบอมคือเพื่อนที่อยู่ร่วมคลาสกันเท่านั้น ไม่เคยมีอีเว้นท์พบปะระหว่างกันมาก่อน แต่ขณะเดียวกัน… แล้วถ้าเขาไม่นั่งกับแจบอม เลี่ยงไปนั่งโต๊ะอื่น จะยิ่งดูแปลกไหม

เพราะโดยปกติ แจ็คสันเป็นมิตรกับคนทั่วโลก และปกติแจ็คสันสามารถนั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนได้

ระหว่างครุ่นคิด นิโคลัสยืนรอเครื่องดื่ม แจบอมก็เลิกคิ้วมาให้เขา

 

เขาเบนปลายเท้าไปทางแจบอม

แล้วเลยไปนั่งอีกโต๊ะใกล้ๆกันแทน

 

อืม, ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าเขาจะนั่งกับแจบอม แต่เขาว่าจะแปลกน้อยกว่า ถ้าไม่

อีกอย่าง นิโคลัสไม่ใช่อีริค ที่จะจับสังเกตแล้วสงสัยไปเรื่อย คิดแบบนั้นเขาก็นั่งเท้าคางรอเพื่อนจ่ายเงิน

ร้านอุ่นๆกับกลิ่นหอมๆทำเขาอยากหมกอยู่ในนี้ทั้งวัน

 

“ได้แล้วมึง”

 

นิโคลัสกลับมาพร้อมยื่นช็อคโกแลตร้อนให้ เขานี่แทบเอามากอดแนบอก นิคบอกให้กลับห้องแต่เขาไม่อยากฝ่าลมเย็นๆเดินกลับไป พอมันทำท่าจะลากเขา แจ็คสันก็กางแขนกอดโต๊ะกาแฟเอาไว้  เห็นแบบนั้น นิโคลัสถอนหายใจและเท้าเอว เพื่อนเขาบทจะดื้อก็แสนดื้อ ก็ไม่อยากขัดใจ แต่ก็ไม่อยากให้คนที่ห้องประชุมรอเพราะจะได้เวลาแล้ว

 

“ขึ้นรถกูไปไหมล่ะ”

 

แล้วจู่ๆแจบอมก็หันมาพูด ทั้งคนที่ฟุบหน้ากับคนที่ยืนเท้าเอวอยู่หันควับเกือบพร้อมกัน

 

“กูขับมาจากตึกจินยองมัน ติดรถกูไป จอดอยู่หน้าร้าน”

 

ไม่ต้องคิดให้มาก อากาศหนาวของแจ็คสันบวกความขี้เกียจเดินของนิโคลัส ทั้งสองพยักหน้าหยึกๆแล้วยิ้มแป้นออกมา

 

 

 

 

 

บนรถ ระหว่างออกจากร้านไปที่ตึก แจ็คสันลอบสังเกตภายในรถของอีกฝ่าย

 

ก็ดูเป็นแจบอมดี

ของวางเป็นระเบียบ โทนสีดำไม่ก็กรม ขาวบ้างและเทาบ้าง มีเสื้อผ้าพาดอยู่บนเบาะหลังประมาณชุดสองชุด กับท้ายรถมีของวางอยู่ในกล่องสองกล่อง และสะอาด  แจ็คสันนั่งเบาะหลังซุกซนไปมา สุดท้ายก็มาเกาะเบาะนิโคลัสที่นั่งหน้า แล้วโผล่หัวยื่นออกไปตรงระหว่างที่นั่งคนขับ

 

“ซนนะมึง” แจบอมหันมาว่า

 

เป็นระยะทางสั้นๆ แต่แจ็คสันก็ขยับตัวไปเยอะ เขายิ้มแปร้หลังโดนแจบอมว่า นิคหัวเราะ แจบอมด้วย  พอถึงที่หมาย เขากับนิคก็ลงจากรถและกล่าวขอบคุณ แจบอมบอกทิ้งไว้ว่าถ้าถ่ายงานเสร็จเร็วอาจจะเข้าประชุม แล้วก็ออกรถไป เขาสองคนจึงพากันขึ้นตึก

 

 

 

 

 

เป็นการประชุมเรื่องค่ายที่จะจัดในอีกสองสัปดาห์ ก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่มาดูความคืบหน้ากับคุยเรื่องปัญหาต่างๆเพื่อแก้ไขกัน ระหว่างการประชุม แจบอมก็โผล่มาด้วยสภาพเหมือนกับตอนเช้า คือเต็มยศ

มีเสียงกรีดร้องและโห่ร้องดังพร้อมๆกัน

 

แจบอมแค่พงกหัวยิ้มน้อยๆ อีกฝ่ายมองไปทั่วห้องก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งข้างๆเขากับนิโคลัส แจ็คสันด้วยความตกใจเลยกระเถิบตัวหนี เขาทำตาโตตอนที่แจบอมมองหน้าเขา แล้วเขาก็แกล้งทำเป็นไม่มีอะไรด้วยการฉีกยิ้มจนตาหยี – ซึ่งไม่น่าจะเนียนพอ แล้วถึงค่อยๆขยับตัวกลับมาที่เดิม

 

การประชุมดำเนินต่อ แจ็คสันยกมือพูดแทบทุกครั้งที่มีคำถามปลายเปิดโผล่ขึ้นมา เจ้าตัวส่งเสียงเจื้อยแจ้วตลอดการประชุม ทั้งมีสาระและไม่มีสาระบ้าง แล้วก็ทำให้เพื่อนๆขำกัน

และคงจะขำเกินเหตุ

แจ็คสันหัวเราะเสียงสูงตอนทิ้งตัวใส่คนข้างๆทั้งตัวแล้วฟุบหน้าลงไปกับไหล่ ที่จริงแจ็คสันคิดว่าเป็นนิค แต่พอจับเสื้ออีกคนแล้วมันไม่ใช่คาร์ดิแกนนิ่มๆอย่างที่ควรจะเป็น เขาก็รีบดึงหน้าตัวเองออกมา

 

ชิบหาย…

 

แจบอมมองเขาอยู่ด้วยรอยยิ้มแปลกๆ และมันก็ยิ่งสาหัสเข้าไปอีกตอนที่มีเพื่อนพูดแซวขึ้นมา

 

“ไงล่ะมึง ตลกจนซบผิด”

 

และด้วยความไร้สติ แจ็คสันขำออกมาแล้วฟุบหน้าลงเหมือนเดิมหนีความอาย เขาตบๆเข้ากับต้นแขนแจบอมอย่างรัว นั่นเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนกันไปอีก

แจ็คสันได้แต่ร้อง ฮื้ออออ อยู่ในใจ ก่อนจะหนีมาเกาะแขนนิโคลัสที่นั่งอยู่อีกข้างแทน มันขำแต่ก็ยกมือมาลูบหัวเขาเบาๆ

 

ประเด็นกลับมาที่การประชุมต่อ แจ็คสันสลดไปได้แค่สักพักเท่านั้นแหละ ก็กลับมาพูดมากเหมือนเดิม เจ้าตัวยุกยิกไปมาเดี๋ยวก็ชนนิโคลัสบ้าง โดนแจบอมบ้าง จนสุดท้ายแจบอมก็เอื้อมมือไปกดไหล่แจ็คสันให้นั่งนิ่งๆ

 

“ซนจังมึงอ่ะ”

 

เป็นคำที่แจ็คสันถูกว่าเป็นครั้งที่สอง

คนซนที่แจบอมว่าเบะปากออกมาอย่างไม่ยอม แต่เสียงของเพื่อนที่เป็นหัวหน้าการประชุมก็พูดขึ้นมาก่อน

 

“เออ จับมันไว้แจบอม อย่าปล่อยมันนะ”

 

คนถูกรับมอบหมายหันไปยักคิ้วรับคำเพื่อน แจบอมจับไหล่เขาไม่ปล่อยจริงๆ แจ็คสันก็ได้แต่เบะปากอยู่อย่างนั้นเพราะไม่มีเพื่อนช่วยเขาเลย นั่นหมายถึงรวมนิโคลัสที่นั่งยิ้มขำอยู่ข้างๆ

 

 

 

 

 

ประมาณสองชั่วโมง หลังได้บทสรุปของการประชุม ทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ เขาถอดแจ็คเก็ตคืนแอมเบอร์ที่ไม่มีทีว่าหนาวเลยตอนประชุม  ส่วนอีริคที่ตอนแรกบอกว่าจะมาก็ยังไม่โผล่หัวมาให้เห็น พอโทรไปถาม มันว่ายังไม่เสร็จธุระเลยไม่ได้มา ในห้องมีบางกลุ่มที่ยังคงนั่งอยู่และจับกลุ่มคุย

 

“เมื่อยจังเลย”

ด้วยเพราะนั่งเป็นเวลานาน เขาบิดขี้เกียจพร้อมกับบ่น

แจ็คสันนั่งขัดสมาธิแล้วโน้มตัวลงไปยืดแขนแนบกับพื้น นั่นทำให้แจ็คเก็ตยีนส์ที่เขาใส่อยู่เลิกขึ้นมาตาม และมันก็รั้งเสื้อตัวข้างในตามไปด้วย  แผ่นหลังขาวกับขอบกางเกงชั้นในปรากฏให้เห็นเต็มตา

นิโคลัสกำลังจะอ้าปากบอกเพื่อนว่าเสื้อมันเปิด แต่ช้าไปหน่อย – ที่แจบอมเอื้อมมือมาดึงเสื้อลงให้แล้ว

นิคเงียบปากฉับ มองดูแจบอมที่วางมืออยู่ตรงขอบกางเกงของเพื่อนตัวเอง และเพื่อนตัวเองที่ลุกขึ้นมาหันไปมองแจบอมอย่างสงสัย

 

ไม่ใช่แค่แจ็คสันสงสัย นิโคลัสก็ด้วย

เขาสงสัยว่าสองคนนี้ไปสนิทกันตอนไหน

 

แล้วคำตอบทั้งหมดก็จบลงที่เขานึกขึ้นมาได้ ว่าแจ็คสันเป็นมิตรกับคนทั่วโลก

 

 

 

 

 

หลังจากลงมาจากห้องประชุมแล้วและแยกย้ายกับแจบอมไป เขาขอติดรถนิโคลัสไปซื้อของที่ย่านช้อปปิ้งซึ่งอยู่ไม่ไกล ทีแรกอีกฝ่ายถามว่าจะให้อยู่เป็นเพื่อนด้วยไหม แต่เขาก็ปฏิเสธไปเพราะกะมาเดินดูของเรื่อยเปื่อยคนเดียว นิโคลัสพอส่งเขาก็เลยแยกกลับไปอีกคน

 

ตอนนี้ พอเหลือแค่แจ็คเก็ตยีนส์ของตัวเองตัวเดียว แจ็คสันเลยต้องเดินหนีบๆซุกมือเข้ากระเป๋า เขาเดินฉิวผ่านร้านเครื่องดื่มทุกร้านเพียงเพราะตัดใจแล้วว่าถ้าซื้อมาถือ ต้องช้อปปิ้งไม่สะดวกแน่ๆ

 

ผ่านไปได้สักพัก เขากำลังเดินดูเสื้อผ้าอยู่ตอนที่แจบอมส่งข้อความมา

 

‘อยู่ไหน’

 

‘ย่านA ห้างB’ เขาแขวนเสื้อผ้ากลับราวแล้วพิมพ์ตอบ พนักงานของร้านที่ก่อนหน้านี้เขาบอกให้ช่วยเช็คว่ามีไซส์ไหมเดินกลับมาพอดีเขาจึงเก็บโทรศัพท์ลง

หลังจ่ายเงินเขาถึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความตอบ

 

‘กูอยู่ที่เดียวกับมึง’

‘มาทำไร’  แจ็คสันหิ้วถุงช้อปปิ้งเดินไปที่คนน้อยๆแล้วพิมพ์

‘แดกข้าว เสร็จแล้ว มึงอยู่ไหน’

‘ชั้น3 มึงอ่ะ’

‘อยู่คนเดียวป่ะ’

‘อือ’

 

แจบอมไม่ได้ตอบเป็นข้อความแต่โทรมาเป็นสายเรียกเข้าเลย แจ็คสันตกใจจนเกือบทำมือถือล่วง เขารีบย้ายถุงทั้งหมดจากมือขวาไปอีกมือเพื่อรับโทรศัพท์

 

“อะไร?”

‘มึงอยู่ตรงไหนของชั้น 3’

“หน้าร้านเสื้อผ้า ตรงข้ามกับร้านกาแฟ”  แจ็คสันตอบไปด้วยและงงไปด้วย

‘เดี๋ยวกูลงไปหา’

 

อีกคนบอกเขาแค่นั้น แล้วแจ็คสันก็ต้องอ้าปากพะงาบๆเพราะพูดไม่ทันก่อนอีกคนจะวางสาย เขามองชื่อแจบอมในโทรศัพท์แล้วย่นจมูกใส่ ทำไมถึงได้เอาแต่ใจนัก

 

แล้วใครบอกให้ลงมาหา เขาไม่ได้อยากเจอนะ

 

แจ็คสันยืนจ๋องอยู่ที่เดิมจนกระทั่งเจ้าคนเอาแต่ใจโผล่มา และ พระเจ้า… มันยังอยู่ในสภาพเดิม

 

แจบอมที่ปกติก็ดูดีจะแย่ ตอนนี้ยิ่งดูดีไปอีก มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอีกข้างเดินถือโทรศัพท์ มีคนที่เดินสวนไปมาบางคนเหลียวมองแจบอมซ้ำ แน่ล่ะ คงยากไปหน่อยที่จะไม่มอง แต่อีกคนดูไม่สนใจ สายตาสอดส่องไปทั่วคงเพราะกำลังมองหาเขา พอคิดแบบนั้น แจ็คสันหมุนตัวหันหลังแล้วปิดตาปี๋

 

ไม่อยากอยู่ตรงนี้เลย ไม่อยากอยู่แล้ว

ขอให้แจบอมไม่เห็นเขาได้ไหม

 

แต่การที่แจ็คสันคิดว่าการหลับตาแน่นๆแล้วแจบอมจะมองไม่เห็นเขา ดูเป็นการหลอกตัวเองไปนิด แจบอมที่เห็นแจ็คสันทำแบบนั้นก็ยืนมองอย่างไม่เข้าใจ จนต้องเดินเข้ามาใกล้แล้วยกมือมาสะกิด

 

“มึง”

 

หมดกัน.. คำขอแจ็คสันไม่เป็นผล

เขายอมหันกลับมาแล้วเงยมองหน้าอีกคน …ที่ดูดีเหลือเกินอย่างจำยอม พร้อมยกยิ้มฝืดๆ

 

“ทำบ้าอะไรอยู่” แจบอมขมวดคิ้วมองเขา อยากจับหัวมันโขกแรงๆที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

 

“เปล่า.. แล้วมึงมาหากูทำไม”  แจ็คสันเปลี่ยนเรื่อง แจบอมก็ว่าตาม

 

“กูว่าง”

“มึงว่างมึงไม่กลับห้องล่ะ”

“อยู่ห้องก็ว่าง เบื่อ”

 

เป็นแจ็คสันบ้างที่ขมวดคิ้ว ตกลงแล้ว มาร์คยังเป็นรูมเมทแจบอมอยู่ไหม ทำไมมันทำเหมือนห้องเป็นห้องเปล่าๆไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆเลยวะ

 

“แล้วมึงซื้อเสื้อผ้าอยู่หรอ?”

 

แจบอมก้มมองถุงในมือแล้วถาม

เขาพยักหน้าตอบ และคิดว่าถ้าแจบอมจะขอเดินด้วย เขาอาจจะปฏิเสธ

เพราะเขาไม่แน่ใจเท่าไหร่ ว่านี่มันอยู่ในข้อตกลงหรือเปล่า ที่ว่าเรื่องระหว่างเราจะมีแค่ในห้องนอนเท่านั้น  …เขาก็ลืมถามตอนนั้น ว่าไอ้คำว่า ‘เรื่องระหว่างเรา’ มันครอบคลุมไปถึงอะไรบ้าง

 

ระหว่างคิดเขาเผลอกัดปาก พอดีกับตอนที่แจบอมพูดกับเขาแล้วเขาเงยขึ้นมองอีกคน

 

“กูก็ว่าจะซื้อเสื้อโค้ทอยู่ แยกกันเลยก็ได้”

 

อีกคนว่า ไม่มีทีท่าว่าจะขอไปกับเขา

เห็นแบบนั้นเขาค่อยๆปล่อยปากตัวเองแล้วทำหน้าคิด แจบอมก็ยืนมอง พร้อมกับสงสัยว่าทำไมแจ็คสันดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

 

“กูก็จะซื้ออ่ะ”

“อือ?”

“งั้นกูไปด้วยนะ”

 

ตากลมแป๋วที่มาพร้อมคำขอทำเอาแจบอมหยุดชะงักไปชั่วครู่  ในหัวเขากำลังคิดเรื่องข้อตกลงเหมือนกันกับที่แจ็คสันเพิ่งคิดไป

 

แน่นอนว่าเราไม่ได้เดทหรือกำลังดูใจกัน แต่พอคิดในแง่ว่าเราก็เป็นเพื่อนกัน เพื่อนเดินซื้อของด้วยกัน ก็ไม่น่าจะแปลกอะไร – แจบอมบอกตกลง

 

 

 

 

 

แจ็คสันเดินอยู่ข้างกายเขาแล้วพูดจ้อไปเรื่อย เขาก็ได้แต่มองปากแดงนั่นขยับไป พออีกคนหันมาเขาก็ส่งเสียงตอบรับให้รู้ว่ากำลังฟังอยู่

และดูเหมือนจมูกแจ็คสันจะแดงขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเขาเลยถอดแจ็คเก็ตตัวเองให้อีกคน

เจ้าคนขี้หนาวมองเขา ทำทีจะไม่รับเสื้อจากเขาในทีแรก

 

“กูสงสาร”  เขาบอกแค่นั้นแล้ววางเสื้อแหมะลงไปบนหัวกลมนั่น แจ็คสันยู่ปากใส่หลังเขาเพราะคงคิดว่าเขาไม่เห็น พอแกล้งหันไป เจ้าตัวก็รีบหยิบเสื้อมาสวม

 

ที่จริงแล้วเราก็ไม่ได้เดินหนุงหนิงอะไรกัน พอเข้าร้านไปก็ต่างคนต่างเดิน แจ็คสันเดินมาถามความเห็นจากเขาบ้างเรื่องเสื้อในมือซ้ายกับขวา ทั้งหมดมีแค่นั้น แต่ถ้าหากให้มองอีกอย่าง คือเสื้อเกือบทั้งหมดในถุงของแจ็คสันที่ซื้อมา แจบอมเป็นคนเลือก

 

แล้วเมื่อคิดอย่างนั้น แจบอมก็กระตุกยิ้ม

 

เขาทบทวนกฎกติกาอยู่ในหัวตัวเองแล้วได้แต่ปล่อยผ่านมันไป

 

 

 

 

 

 

to be continued

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s