OS : ล็อคเกอร์ของหัวหน้า (Hogyu)

OS ; ล็อคเกอร์ของหัวหน้า
(Howon x Sungyu)

note : ในปีสุดท้ายของมัธยม ชีวิตแสนธรรมดาของหัวหน้าห้องซองกยูคนไม่น่าสนใจได้เปลี่ยนไป

 

มีกล่องรองเท้าวางอยู่ในล็อคเกอร์

เขายืนมองเหมือนว่ามันกำลังยื่นใบปลิวหรืออะไรทำนองนั้นมาให้ แต่เปล่า มันแค่ถูก ‘วาง’ ทับอยู่บนทุกๆอย่างในล็อคเกอร์ของเขา

ไม่มีการ์ด หรือแม้แต่การลงชื่อ ทั้งกล่องมีแค่รองเท้าหนึ่งคู่ที่วางสวยอยู่ข้างใน สีขาวตัดดำ และเป็นไซส์ที่เขาใส่
เขาหันซ้าย แล้วก็หันขวา พร้อมกับหมุนรอบตัวอีกรอบถ้วนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มีใครมาวางผิดล็อคเกอร์ เพราะแน่นอน คนอย่างคิมซองกยู ไม่ใช่เด็กนักเรียนประเภทที่จะมีจดหมายรัก ของขวัญ หรืออะไรแบบนั้นในตู้ของตัวเอง

ตลอด 6 ปีในระดับมัธยม คิมซองกยูเป็นหัวหน้าห้องที่.. เรียกว่าไร้ความน่าสนใจก็ว่าได้

เขากอดมันแนบอก ก้มมองอย่างลังเลและสับสน สมองพยายามคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆที่มันมาอยู่ในล็อคเกอร์ ผ่านไปสัก 2-3 นาที ซองกยูตัดสินใจ

วางมันเข้าที่เดิม
และหวังว่าคงมีใครสักคนมาทวงถามกับเขาถึงมัน

“นี่ หัวหน้า”

“อ่ะ.. อูฮยอน มีอะไรหรอ”

เพื่อนร่วมชั้น นัมอูฮยอน ทิ้งฝ่ามือสองข้างลงบนโต๊ะเขาแล้วโน้มลงมามอง เพื่อนคนนี้แทบจะกางแขนโอบเขาไว้ เขาจึงต้องผละออกจากหนังสือแล้วถดตัวถอยห่าง

“ถ้าเป็นวิชาของอาจารย์ปาร์ค-”

“ไม่ได้จะถามเรื่องนั้น” อูฮยอนทำเสียงไม่พอใจ แต่ใบหน้ากลับทะเล้นแบบไม่จริงจัง เขาเริ่มกระอักกระอ่วนขึ้นมาดื้อๆ

“แล้ว.. จะ จะถามอะไรหรอ”

“ระหว่างขาวกับดำ หัวหน้าชอบสีอะไรหรอ”

“หือ?”

“ตามนั้นครับ แค่ตอบมา”

ซองกยูกำดินสอในมือ เขาไม่เข้าใจถึงคำถามของอูฮยอน อยู่ๆมาถามเรื่อง.. เหมือนจะดูส่วนตัวกับเขาทำไม จริงว่าอูฮยอนเป็นคนคุยเก่งและเข้าสังคม

ต..แต่ ปกติ เพื่อนจะถามแบบนี้กันหรอ

“ถามทำไม ..หรอ?”

“จิตวิทยาน่ะครับ”

คำตอบรับยิ้มแพรวพราวนั่น ทำให้เขาทำใจเชื่อได้ไม่มาก…

“เรา..”

“สีขาวใช่ป้ะ?”

ถึงแม้จะไม่มีคำตอบเป็นพิเศษ แต่หากให้เลือกจริงๆ.. “อื้อ.. เราชอบขาวมากกว่า”

พอได้คำตอบอูฮยอนก็เท้าคางมองหน้าเขาแล้วยิ้มแป้น พูดบอกว่าต้องการคำตอบเพียงเท่านี้แล้วก็จึงจากไปนั่งที่ตัวเองหลังห้อง

ซองกยูนั่งงงอยู่คนเดียว ขยับเก้าอี้เข้าโต๊ะเหมือนเดิมแล้วหยิบหนังสือขึ้นมา แต่สมาธิอยู่กับคำถามเมื่อครู่ มากกว่าตัวหนังสือไปซะแล้ว

“อ้ะ ขอโทษนะ”

ซองกยูเกือบเดินชนกับใครบางคน กองเอกสารในแขนเกือบเซหล่นลงมา แต่ว่าก็มีมือมาช่วยดันมันไว้ได้ทันก่อน

“ระวังหน่อยสิครับ”

น้ำเสียงตักเตือนจากอีกคนทำให้เขาก้มหน้าขอโทษงุดๆ อยากชะโงกหน้าจากกองนี่มาดูว่าเป็นใครจะได้เอ่ยขอโทษและขอบคุณที่ช่วย แต่อาจารย์ปาร์คก็เดินมาทักและช่วยถือเอกสารของตนไปก่อน

ซองกยูเหลียวหลังมามองก็เห็นแค่หลังไวๆที่เดินเข้าไปอีกทางซะแล้ว …แต่ถ้ามองไม่ผิด นั่นคงเป็นอีโฮวอน

คงกำลังจะไปซ้อมกีฬาสินะ

“ซองกยูอา” แล้วเสียงอาจารย์ปาร์คก็ดึงสติเขากลับมา

‘ถ้าไม่ได้ไม่ชอบ ก็ใส่สิครับ’

มีโน้ตติดอยู่บนกล่องรองเท้าในตู้ล็อคเกอร์

เขายืนมองมันเหมือนว่ามันไม่ใช่ภาษาที่เขาอ่านออก แต่เปล่า มันเป็น ‘ภาษา’ ที่เขาอ่านออกและเข้าใจ ถูกแปะอยู่บนกล่องๆเดียวกับที่มาปรากฎเมื่อวาน และยังไม่มีใครมาทวงถามจากเขา

เขาหันซ้าย แล้วก็หันขวา พร้อมกับหมุนตัวอีกรอบถ้วนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มีใครมาแปะผิดตู้ เพราะแน่นอน ถ้าใครคนนั้นวางผิดตู้ เขาก็คงจะมาแปะผิดตู้อีกเช่นเคย

เขาถือกระดาษ มองมัน อ่านซ้ำอีกรอบแม้ว่าจะไม่ใช่ประโยคยาวๆก็ตาม ผ่านไปสัก2-3 นาที ซองกยูก็ตัดสินใจ

หยิบดินสอขึ้นมาเขียนข้อความบนกระดาษใบเดิม
แล้วแปะมันไว้บนกล่องอย่างตอนแรก

และหวังว่าใครคนนั้น (ซึ่งอาจมาเปิดตู้เขาอีก) จะได้รู้ว่ากำลังเข้าใจผิด

“นี่! หัวหน้า!”

“ซ..! ซองยอล!”

เพื่อนร่วมชั้น อีซองยอล ตบฝ่ามือทั้งสองเข้ากับโต๊ะเรียนเขาจนเสียงดัง ทำสะดุ้งตกใจจนปากกาในมือหล่น ซองกยูเบิกตากว้าง ถดตัวหนีออกอย่างรวดเร็วแต่ซองยอลก็โน้มหน้าตามมาอยู่ดี

“คือ ถ..ถ้าเป็น ก..การบ้านอาจารย์ลี เราส่ง-”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น!”

เกิดมาซองกยูไม่เคยใช้เสียงดังมากไปกว่าระดับคุยกับแมว แต่ที่ซองยอลกำลังทำ คือการคุยข้ามตึก

“แล้วเรื่องอะ-”

“ทำไมเป็นคนเข้าใจอะไรยากนักฮะ!”

ซองกยูเม้มปาก อยากพูดแทบตายว่า นายต่างหาก ที่เข้าใจยาก มาตะโกนใส่เราทำไม แต่ทำได้แค่ขยำกางเกงนักเรียนตัวเอง

“ใครให้อะไรก็รับไปซี่!”

เพื่อนคนนี้พูดแล้วส่ายหน้าตามการสะบัดเสียงท้ายประโยค ซองยอลเหมือนคนที่กำลังหงุดหงิดแต่ก็ขัดใจตัวเองไปด้วยพร้อมๆกัน

ถึงแม้จะไม่เข้าใจอะไรเลย แต่เพราะความกลัวและความตกใจ.. “อื้อ.. ร..เรา ถ้าใครให้อะไรเราจะรับนะ!”

พอได้อย่างต้องการ ซองยอลถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วยืนเต็มความสูง ปัดเนคไทตัวเองให้เข้าที่ก่อนพูดว่า ก็แค่เนี้ย เอ้อ แล้วเดินไปนั่งที่ตัวเองหลังห้อง

ซองกยูขวัญเสียอยู่คนเดียว ก้มลงเก็บปากกาที่ตก ขยับตัวเข้าโต๊ะเขียนใบรายงานต่อ แต่สมาธิทั้งหมดได้หายไปหมดแล้ว

เขาถือปากกาอยู่อย่างนั้นจนอาจารย์เจ้าของวิชาเข้ามา

“อ้ะ เอ่อ.. ขอโทษนะ”

ซองกยูผละมือออกจากบานประตูห้องที่เขากำลังจะผลักออกไป เพราะมีมือของใครบางคนเอื้อมมาผลักมันก่อนหน้าเขาและทำให้มือซองกยูไปจับโดนอีกคน
“ไม่เป็นไรครับ”

หือ?

เสียงคุ้นหูทำให้ซองกยูขมวดคิ้วสงสัยและค่อยๆเงยหน้ามามอง แล้วก็ต้องเม้มปากแน่นรีบก้มลงตามเดิมเมื่อคนตรงหน้าคืออีโฮวอน

“จะไปไหนหรอ”

“ไป..”

มือเขาอยู่ๆก็ไม่รู้จะเอาไปวางตรงไหน เขาเห็นอาจารย์ลีกำลังเดินผ่านหน้าห้องไป ซองกยูเบิกตาโตรีบชี้ไปทางอาจารย์อย่างเร่งรีบ

“เราไปก่อนนะ”

ซองกยูกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เปิดประตูออกแล้วรีบเดินไปหาอาจารย์ทั้งที่ตัวเองไม่มีธุระอะไรกับอีกฝ่าย เขาแค่ต้องการออกมาเข้าห้องน้ำเท่านั้น

อะไรเนี่ยคิมซองกยู!

‘ถ้าไม่ได้ไม่ชอบ ก็ใส่สิครับ’
‘ผมหัวหน้าห้อง 6A นี่ใครครับ’
‘จะโกรธแล้วนะ’

มีข้อความเขียนต่อจากเขาบนกระดาษโน้ตที่ติดกล่องรองเท้าในล็อคเกอร์

ซองกยูจะร้องไห้ เขาไปทำอะไรให้ใครถึงได้ถูกโกรธ ล็อคเกอร์นี่ก็ของเขา แล้วเขาผิดตรงไหนกัน แถมคำถามเขายังไม่ได้คำตอบอีกว่าใครเป็นคนมาวาง

ซองกยูเม้มปากแน่น
จ้องกล่องรองเท้าอย่างโกรธเคืองที่มาอยู่ตรงนี้

คนที่ต้องโกรธคือเขานะ!

คิดได้อย่างนั้น จึงตัดสินใจ ปิดประตูล็อคเกอร์แล้วเดินเข้าห้องเรียนในทันที

อูฮยอนกำลังจะเดินเข้ามา แต่พอเห็นเขาแสดงอาการหงุดหงิดอยู่ จึงยิ้มแห้งๆแล้วถอยออกไป ตามมาติดๆคือซองยอลจอมโวยวาย เงื้อมือเตรียมฟาดโต๊ะเขา แต่พอเขาเงยหน้าสบตากลับชะงัก ทำทีเกาหัวแล้วเดินตามอูฮยอนไป

เป็นอะไรกันก็ไม่รู้..

เขารู้แค่ตอนนี้เขาไม่ชอบใจ ไม่ชอบเลยที่ใครก็ไม่รู้มาวางของในตู้เขาแถมยังจะมาโกรธเขาอีก

หน้าเขาตอนนี้ต้องบึ้งแน่ๆ

“หัวหน้าครับ..”

มีเสียงเรียกเขาจากคนตรงหน้าที่กำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะเขา ถึงจะกำลังอารมณ์ไม่ดี แต่เพื่อนเขาอาจต้องการอะไรสักอย่าง แต่ซองกยูไม่แน่ใจว่าตัวเองหายหน้างอหรือยัง จึงก้มหน้าต่อไป

“มีอะไรหรอ”

“ส่งการบ้านครับ”

ซองกยูส่งเรียกรับในลำคอ ยื่นมือรับการบ้านจากเพื่อนเพื่อรวบรวมกับคนอื่นๆที่ต้องส่ง ซองกยูวางมันบนตัก หวังว่าพอเพื่อนคนนี้เดินไปจะค่อยเช็คให้

‘จะโกรธแล้วนะ’

เอ้ะ…

มีกระดาษโน้ตแปะอยู่บนหน้าปกหนังสือบนตักเขา
สีเรียบๆ ลายมือหวัดๆเหมือนกันกับบนกล่องรองเท้า แปะอยู่บนหน้าปกหนังสือ ที่มีชื่อเขียนอยู่ว่า

อี โฮวอน

เขามันอ่านอีกรอบ แม้จะไม่ใช่ประโยคยาวๆ

“จะโกรธแล้วนะ”

แต่กลับเป็นเสียงของคนที่อยู่หน้าโต๊ะเขาพูดออกมา

ก่อนจะเงยหน้า ซองกยูเหลือบไปเห็นปลายเท้าที่สวมรองเท้าคล้ายกับที่อยู่ในล็อคเกอร์ของเขา ต่างแค่ว่ามันเป็นสีดำตัดขาว ของเพื่อนคนที่ยืนพูดอยู่ตรงหน้า

“ผมจะโกรธแล้วนะ ..ทำไมหัวหน้าไม่รับของจากผมสักทีล่ะครับ”

หนังสือแทบหล่นจากตัก ถ้าไม่ใช่ซองกยูกำมันแน่นจนแทบจะยับ อะไรสักอย่างในอกมันขยายจนเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

“โฮวอน..”

“ครับ โฮวอนครับ”

เจ้าตัวยิ้มกว้าง ยิ้มแบบที่ซองกยูไม่เคยเห็น
โฮวอนเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่นั่งหลังห้อง เป็นนักกีฬา แถมเป็นที่รู้จัก เป็นคนน่าสนใจ เป็นแบบที่ตรงกันข้ามกับซองกยู

ที่ว่าไม่เคยเห็นยิ้มของโฮวอน เพราะถึงเขาจะมองอีกฝ่ายอยู่บ้าง.. ก็ตาม แต่เขาก็ไม่กล้ามองหน้าอีกคน ที่ผ่านมา เขาอยู่ร่วมห้องกับโฮวอนมาตลอด

แต่เขานึกสาเหตุไม่ออก
ว่าคนแบบอีโฮวอนเอาของมาให้เขาทำไม

…แต่ใจก็ดันเต้นแรงไปแล้ว

“ค..คือว่า นาย..”

“นี่ หัวหน้า”

โฮวอนเท้าแขนกับโต๊ะเขา ทำให้โน้มมาใกล้มากกว่าที่อูฮยอนหรือซองยอลเคย แต่ซองกยูดันตัวแข็งทื่อเกินกว่าจะขยับหนี

“ไม่ชอบรองเท้า หรือว่าไม่ชอบผมหรอครับ?”

ถึงจะไม่เข้าใจอะไรอีกแล้ว ถึงจะช็อคไปแล้วเพราะอีกคนใกล้เหลือเกิน เกร็งจนไม่รู้ว่าตัวเองเกร็งมากแค่ไหน

แต่ซองกยูก็พยายามจะนึกคำพูดออกมา “ก็.. ก็ไม่ได้ ไม่ชอบ..”

“หรอครับ” และก็ถึงแม้ว่าคำตอบจะไม่ชัดเจนเอาเสียเลย แต่โฮวอนก็กลั้นยิ้มไม่อยู่เหมือนกัน

“ก็ถ้าไม่ได้ไม่ชอบ ก็ใส่ซะสิครับ หัวหน้า”

///

เขาอุตส่าห์มาเข้าห้องเร็วๆ เพื่อจะได้ดูว่าหัวหน้าห้องคนนั้นใส่รองเท้าที่แอบให้ไปหรือเปล่า
แต่ที่พบคือ เปล่า เขาไม่ได้ใส่ แถมพอส่งสหายอูฮยอนไปเช็คว่าเขาไม่ชอบหรือเปล่า ก็ดันได้คำตอบว่าเปล่าอีก

เขานั่งคิดแทบทั้งวัน มองแผ่นหลังคนตัวขาวสลับกับรองเท้า(ที่ตั้งใจใส่มาเป็นคู่)ของตัวเองแล้วก็หงุดหงิดใจว่าทำไมถึงไม่รับของๆเขา

แล้วในวันถัดมา ซองกยูก็ยังไม่รับเหมือนเดิม

ร้อนถึงซองยอลเพราะเขาดันหงุดหงิดจนพาลไปลงกับมัน มันจึงเดินเข้าไปตบโต๊ะหัวหน้าห้องเสียงดังอย่างกับอันตพาล

แล้วพอมันกลับมา เขาเลยตบหัวมันเข้าให้
โทษฐานทำให้ซองกยูขวัญเสียตกใจ

มันบ่นไม่หยุดปาก แต่การกระทำมันไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

เมื่อเย็นวันนั้นเขาพบว่า กล่องรองเท้าก็ยังวางอยู่ที่เดิม

เขานะ อยากจับซองกยูมาฟัดให้ขาดใจไปเลย ทำไมต้องดื้อด้วย ที่ไม่รับเพราะไม่ชอบ หรือเพราะไม่อยากใส่กับเขาอย่างนั้นหรอ แต่พอเห็นข้อความที่เขียนต่อจากเขาแล้วก็อดเหนื่อยใจไม่ได้

‘ถ้าไม่ได้ไม่ชอบ ก็ใส่สิครับ’
‘ผมหัวหน้าห้อง 6A นี่ใครครับ’

หัวหน้าซื่อบื้อ แทบจะมีแค่เขาที่ใส่รองเท้ารุ่นนี้ แถมยังพยายามเดินตัดหน้าไปมาเพื่อให้เห็นแล้วแท้ๆ

นี่เขาว่าผิดแล้วที่ใครๆก็ว่าคิมซองกยูไม่น่าสนใจ
เพราะเขาสนใจ
แต่คนที่ไม่น่าสนใจคือโฮวอนต่างหาก ดูสิ ซองกยูไม่เห็นสนใจเขาเลย

แต่เขาไม่ยอมหรอก
ถึงใครจะบอกซองกยูเป็นหัวหน้าห้องนิ่มๆ ไม่มีอะไรพิเศษหรือเป็นแค่เด็กเนิร์ดๆก็เท่านั้น แต่เขาก็มองของเขามาจะเข้า 6 ปีแล้ว

หัวหน้าคนนั้นที่ธรรมดาจนเรียบไปซะหมด คงไม่ดึงดูดใครให้เข้าหา แถมยังไม่ผูกมิตรมีเพื่อนสนิทสักคน เขาอยากเป็นคนนั้น อยากเป็นคนที่ซองกยูจะยิ้มให้ จะคุยกันด้วยทุกเรื่อง หรืออย่างน้อยเวลากลับบ้านก็กลับด้วยกัน

ทำไมจะไม่รู้ว่าซองกยูเคยแอบมาดูเขาซ้อมกีฬา
แต่เพราะแบบนี้ เพราะซองกยูเป็นแบบนี้ เขาถึงไม่มั่นใจว่าหัวหน้าตัวขาวคนนี้ก็สนใจเขาเหมือนกัน

ถึงไม่เคยเข้าหา แอบมองอีกคนตลอด
ทั้งๆที่รู้ ว่าซองกยูก็แอบมองเขาอยู่บ้างแท้ๆ แต่ดันไม่มีอะไรมาให้มั่นใจสักอย่าง

แต่ยังไงปีนี้ก็ปีสุดท้ายแล้ว และโฮวอนจะไม่ยอมให้ซองกยูตีมึนแบบนี้จนเรียนจบแน่

 

ทีแรกก็จะโกรธจริงๆแหละ
แต่เห็นหน้าขาวๆนั่น กับอาการตกใจจนช็อคแบบนั้น มันน่าเอ็นดูน้อยที่ไหน

“โฮวอน..”

แล้วที่สุด ซองกยูก็รู้สักที

“ครับ โฮวอนครับ”

หัวหน้าห้องซื่อบื้อของเขารู้สักที
เหนื่อยใจจริงๆ

-end ♡
tag #ฟิคโฮวอนไม่ยอม นะคะ

ขอบคุณที่ร่วมเสพค่ะ.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s