We’re not friend (Bson)

 

( jaebum x jackson )

 

note : kind of friends-with-benefit

track : Friends – Ed Sheeran

 

 

 

 

We’re not, no we’re not friends,
nor have we ever been

 

 

เขานอนไม่หลับ เขากอดตัวเองจนเกือบแน่นหันหน้าเข้าผนังห้อง มีเรื่องให้คิด เป็นปกติของคืนที่นอนไม่หลับ แล้วมันก็จะคิดไม่ตก มีหลายๆเรื่อง เขาค่อยๆไล่ตามความคิดตัวเองไป มันค่อนข้างฟุ้งกระจาย จนท้ายสุดมันก็มาจบที่เรื่องเดิม

 

 

We just try to keep those secrets in our lives
And if they find out, will it all go wrong?

 

 

มันเป็นเรื่อง.. จะว่าแปลกก็ใช่ แต่จะว่าไม่แปลก ก็ใช่

เขาพยายามนึกไปถึงเพื่อนๆคนอื่นๆ อย่างนิโคลัส หรืออย่างอีริค นึกสงสัยในความแปลกนี้ ว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนอย่างตัวเขาเองหรือเปล่า

 

 

And heaven knows, no one wants it to

 

 

แล้วถ้าคำตอบคือใช่…

พวกเขากำลังรู้สึกเหมือนที่เขารู้สึกหรือเปล่า

 

 

 

 

เขานึกไปถึงเมื่อเดือนก่อน

 

หลังจากมีกิจกรรมรับน้องที่คณะ เกิดเรื่องซุบซิบขึ้นเกี่ยวกับเขา ทั้งรุ่นน้องทั้งเพื่อนต่างคณะ ต่างรุมเข้ามาถามแจ็คสันเรื่องคนๆหนึ่ง

อิม แจบอม

ว่าระหว่างเขาสองคนนั้นเป็นอะไรมากกว่าเพื่อนหรือเปล่า

 

แจ็คสันก็ปฏิเสธไปตามแบบของแจ็คสัน แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนอีกคนไปตอบอีท่าไหน ข่าวพวกนี้ถึงไม่เงียบลงไปสักที อีกอย่างคือเขาเพิ่งสลับมาเป็นรูมเมทแจบอมเพราะรูมเมทเก่าย้ายออกไปแล้ว นั่นยิ่งทำให้ข่าวนี้สนุกไปอีก

 

 

Friends just sleep in another bed
And friends don’t treat me like you do

 

 

เมื่อแจ็คสันตอบคำถามเพื่อนที่บังเอิญมาเห็นเข้าวันหนึ่ง ว่าทำไมถึงไม่นอนแยกเตียงกัน คำตอบคือคืนนั้นเขาเมาเละเกินกว่าจะรู้ว่าเตียงไหนเป็นเตียงของเขา อันที่จริง แจบอมเป็นคนหิ้วเขากลับห้องด้วยซ้ำ ไม่งั้นอาจไปนอนห้องคนอื่นแล้ว ยิ่งทำให้เพื่อนแซวกันไปอีกว่า

 

ก็แล้วทำไมแจบอมต้องให้แจ็คสันนอนเตียงตัวเองด้วย

 

 

Well, I know that there’s a limit to everything
But my friends won’t love me like you

 

 

ใช่ แจ็คสันเป็นคนเข้าถึงง่าย สนิทกับใครไปทั่ว

แต่บางอย่างก็บอกได้ชัดเจน ว่ากับแจบอมนั้นแตกต่างออกไป

 

แจ็คสันไม่ได้หวง  เวลาเพื่อนไปเล่นกับคนอื่น

แจ็คสันไม่ได้งอน  เวลาเพื่อนมารับที่หน้าคณะช้า

แจ็คสันไม่ได้โกรธ  เวลาเพื่อนไปติวที่หออื่นโดยไม่ได้บอก

และอื่นๆ ที่แจ็คสันไม่ได้เป็น

 

แจ็คสันเป็น แค่กับแจบอม

 

 

No, my friends won’t love me like you

 

 

เขารู้ ว่ากับเพื่อนคนอื่น เขาจะไม่เป็นแบบนี้

 

 

 

 

 

 

If we tried to keep those secrets safe
No one will find out if it all went wrong

 

 

หนึ่งเดือนจากนั้น แจ็คสันเลิกตอบทุกคำถาม

 

 

They’ll never know what we’ve been through

 

 

เพราะแจ็คสันรู้แก่ใจตัวเองดี ว่าแจ็คสันกับแจบอมไม่ได้เป็นเพื่อนกัน

 

 

 

 

 

 

“หนาวหรอ”

 

เสียงทุ้มแบบคนไม่ตื่นดีเรียกให้เขาหลุดจากห้วงความคิด มืออุ่นๆที่ทาบลงมาโอบตัวเขาทำให้ได้รู้ ว่าเขากอดตัวเองแน่นเกินไปแล้ว เสื้อที่สวมนอนถูกกำจนยับ แต่แจบอมก็ลูบคลึงมันให้ผ่อนจนคลายออก

 

“เปล่า”

“แล้วเป็นอะไร”

 

แจ็คสันพลิกตัวออกจากผนังห้อง หันกลับมาเผชิญกับแจบอมที่ยังคงโอบตัวเขาไว้ ตาเรียวหลับสนิทแต่ทำเหมือนเห็นทุกอย่างผ่านความมืด เขานึกสงสัยขึ้นมาอีก เมื่อแจบอมดึงตัวเขาให้เข้าไปใกล้กว่าเดิม

 

มันอุ่นไปหมด

ตัวแจบอม มือแจบอม การกระทำ

 

อุ่นเกินไปหรือเปล่า

 

 

So I could take the back road
But your eyes’ll lead me straight back home

 

 

“คิดมาก”

 

แจบอมเอ่ยกล่าวโทษเขาลอยๆ นั่นทำให้เขาขมวดคิ้วอย่างติดนิสัย ก่อนที่อีกคนจะลืมตาขึ้นมามองเขาแล้วถอนหายใจเบาๆ

 

“มึงก็แบบนี้ คิดอะไรก็ออกหน้าหมด”

 

แจ็คสันแค่หลุบตาต่ำ แล้วไม่พูดอะไร ปล่อยให้ความคิดมันไหลผ่านความเงียบไปอย่างนั้น

คิดว่า ถ้าเป็นคนอื่น แจบอมจะทำแบบนี้ไหม

 

ถ้าเป็นคนอื่น แจบอมจะไปดึงคอกลับ ทุกครั้งที่เล่นกับคนอื่นไหม

ถ้าเป็นคนอื่น แจบอมจะมองแบบไม่พอใจ ถ้าไปใกล้คนอื่นไหม

ถ้าเป็นคนอื่น แจบอมจะยอมให้งอแงด้วยไหม

 

แจ็คสันเหลือบมองผ่านหลังกว้างของเพื่อนไปที่เตียงของตัวเอง เตียงขนาดเท่ากันที่วางอยู่ไม่ห่างเท่าไหร่ ถูกปล่อยทิ้งว่างและเป็นที่วางของ มีแต่เสื้อผ้าที่นอนอยู่บนนั้น

หรือถ้าเป็นคนอื่น แจบอมจะให้นอนเตียงเดียวกับแจบอมไหม

 

 

 

“เล่ามาสิ กูตื่นมาแล้วนะ”

 

แจบอมพูดเสียงดุ แล้วเขาก็คิดเถียงในใจว่า ‘ใครใช้ให้มึงตื่นล่ะ’ แต่ไม่ได้พูดออกไปหรอก

 

“ชักช้ามึงอ่ะ”

“ยุ่งจังเลยมึงอ่ะ”

“กูเป็นห่วงได้ไหมล่ะ?”

 

เขาเงียบ แจบอมก็เงียบ

ความจริงที่ว่าแจบอมเกิดก่อนเขา ทำให้บางครั้งแจ็คสันเกรงกลัวอีกคนในฐานะที่เป็นพี่

เพราะอย่างนั้น เมื่อแจบอมดุ หรือทำหน้าขึงขังใส่ ก็ทำให้แจ็คสันหวาดๆอยู่บ้าง

 

“แจ็คสัน…”

“กูอยากรู้”

 

จนท้ายสุดเขาก็โพร่งออกมา ถึงจะไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่ก็หลุดพูดไปแล้ว…

 

“อยากรู้อะไร?”

 

เขาค่อยๆผละออกจากแขนของอีกคน แจบอมดูสับสนแต่ก็ยอมปล่อยเขาโดยดี เขายันตัวเองขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง ก้มมองมือตัวเองในความมืดสลัวที่มีแค่ไฟจากนอกผ้าม่าน

แจบอมไม่ได้ขึ้นมานั่งตาม เพียงแค่ยันแขนกับเตียงแล้วตะแคงมองหน้าเขา

 

แจ็คสันเป็นพวกหวั่นไหวง่าย

แจบอมจะรู้บ้างไหม

 

 

 

Friends just sleep in another bed

“เพื่อนกัน เขาจะนอนกันคนละเตียง”

 

 

And friends don’t treat me like you do

“เพื่อนคนอื่นเขาก็ไม่ทำแบบที่มึงทำด้วย”

 

 

Well I know that there’s a limit to everything

“กูรู้ว่าทุกอย่างมันมีขอบเขตนะ”

 

 

ก่อนประโยคสุดท้าย แม้แจบอมจะยังมองเขาอยู่แต่เขาก็ต้องกลั้นใจพูดมันออกไป

 

 

But my friends won’t love me like you

“แต่เพื่อนกู เขาไม่ได้รักกูแบบมึง”

 

 

เกิดเป็นความเงียบอันใหญ่ๆแทรกอยู่ชั่วครู่ มีแค่เสียงหายใจหนักๆของเขาเอง

มันทั้งโล่งแต่ก็อึดอัด ทั้งเบาหวิวแต่ก็หนักอึ้ง มันขัดแย้งกันไปหมดจนหายใจลำบาก รู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งเรื่องระหว่างเรามันต้องคลี่คลาย แต่จะเป็นไปในทางไหน ยังไง เขาไม่รู้เลย…

 

เขาแค่ชอบเวลาแจบอมลูบหลังคอเขา เวลาแจบอมอารมณ์ดี

แล้วก็ชอบที่โดนดึงคอ ในเวลาที่แจบอมดูเหมือนหึงหวง

เขาชอบอะไรอีกหลายๆอย่าง ที่เพื่อนกันไม่ควรรู้สึก

 

หรือแม้แต่ตอนที่แจบอมยอมทำตามเขาตอนเขาโกรธ เขาก็ชอบ

 

แจบอมลุกขึ้นนั่งข้างกันแล้วเอื้อมมาดึงมือเขาไปจับเฉยๆ อีกคนเงียบ เหมือนกำลังคิดเรียบเรียงคำพูด นั่นเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ทำให้แจ็คสันเผลอปล่อยความคิดฟุ้งซ่านอีกครั้ง

 

วันก่อน เพื่อนคนนึงพยายามจะเดินมากอดเขา แจบอมที่ยืนอยู่ข้างกันออกตัวไปรับไว้แทน แล้วเบี่ยงให้คนๆนั้นเซออกไปอีกทางก่อนจะมาถึงตัวเขา แล้วเราก็ทำได้อย่างมากแค่ยิ้มให้ และแตะมือกันแบบผิวๆ

 

ดูเป็นคนขี้หวงดีเนอะ อิมแจบอมเนี่ย

 

 

ใครๆก็บอกว่าแจบอมเป็นคนถือตัว ไม่ชอบโดนตัวเป็นอย่างยิ่งกับผู้ชายด้วยกัน

แต่แจ็คสันไม่ใช่ เขาชอบเข้าใกล้คนอื่น และคนอื่นก็เข้าใกล้แจ็คสันได้ง่าย แล้วเพราะเหตุผลนั้น ทำให้แจบอมกลายเป็นคนที่ถูกแจ็คสันเข้าใกล้มากที่สุด จนหลังๆเขาก็ไม่ทันสังเกต ว่าแจบอมชอบมาโดนตัวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

ไหล่เขาถูกทำให้เป็นที่วางแขน แล้วคอเขาก็เป็นที่วางมือของแจบอมไปเลย

เหมือนตอนนี้ที่แจบอมกำลังทำ

 

 

But then again,

“แต่กูว่านะ…”

 

 

if we’re not friends

Someone else might love you too

 

แจบอมดึงเขาให้เข้าไปรับจูบ จูบแบบกำกวมเหมือนที่เคยทำ ทิ้งไว้แค่สัมผัสอุ่นๆที่ริมฝีปาก “ถ้ากูไม่ใช่เพื่อนมึง คนอื่นก็อาจจะรักมึงด้วย”

 

And then again, if we’re not friends

 

แจบอมจูบเขาซ้ำ อย่างเบาและอ้อยอิ่ง ก่อนกระซิบชิดกับปากของเขา “แล้วอีกอย่าง ถ้าเราไม่ใช่เพื่อนกัน”

 

There’d be nothing I could do, and that’s why

“กูก็คงทำอะไรไม่ได้เลย แล้วมันก็เป็นเหตุผลว่า…”

 

 

“ทำไมเพื่อนกันถึงต้องนอนคนละเตียง

และทำไมเพื่อนถึงจูบมึงแบบกูไม่ได้

ใช่ ทุกอย่างมีขอบเขต

แต่กับเพื่อนคนอื่น กูก็ไม่ทำ…”

 

 

“กูทำแค่กับมึง”

 

 

แจ็คสันมุดทั้งตัวเข้าหากอดของแจบอม อย่างสู้หน้าไม่ได้ และหมดสภาพ

คำตอบของทุกคำถามเขาชัดเจนไปหมดจนรู้สึกแน่นในอก เต็มจนแทบล้นออกมา

 

ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่คืออะไร เพียงแต่แจ็คสันรู้สึกเกินไปมากจนเก็บเอาไว้ต่อไปไม่ได้ แล้วมันก็ ใช่… มันดีมากๆที่แจบอมก็คิดเหมือนกัน

 

เขากอดแจบอมแน่น ส่งเสียงในลำคอระบายความเขินที่ปิดไม่อยู่

 

 

แจบอมยิ้มหัวเราะกับอาการของอีกคน อย่างยอมแพ้ และหมดสภาพ  

ขากลืนความสัมพันธ์ชื่อว่าเพื่อนลงท้องไปแล้ว และเกินจะทนไหว เขากอดแจ็คสันจนแน่น  วาดแขนล็อคคออีกคนให้แนบกับอกตัวเองมากที่สุด หลุดยิ้มกว้างตอนแจ็คสันกรีดร้องออกมา

 

 

ความสัมพันธ์บ้าๆที่เคยเป็นอยู่ กำลัง และจะต้องเปลี่ยนไป

 

อย่างน้อยเราก็คิดเหมือนกัน

 

 

 

No, my friends won’t love me like you


 

 

“ไอ้บ้าเอ้ย”

“มึงสิ ไอ้บ้า”

 

 

 

We’re not,

no we’re not friends,

 

nor have we ever been.

 

 

 

 

 

 

 

the end

 

 


ขอบคุณแรงบันดาลใจจาก opv ของคุณ letmehearusayfly ด้วยนะคะ

🙂

 

( https://www.youtube.com/watch?v=v5uH_FTd0p8 )

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s