Drabble : les deux plats

 

 

레뒤플라

DEYlQO8VwAAKXH6

OngSeongwoo / KangDaniel

This is a work of fiction. Don’t take it literally.

( ค่อยๆ อ่านเนอะ )

 

 

 

 

แดเนียลไม่ได้ชอบเปียกฝน

มันทำให้เสื้อผ้าชุ่มน้ำ ตัวหนัก

ทุกอย่างแนบลู่ไปกับร่างกายเกือบหมด

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยื่นมือออกไป

สัมผัสมัน

 

 

สิ่งเปราะบางที่รวมตัวกันจนแทบจะเป็นฝนห่าใหญ่

ใช่ เขารู้ว่าต้องเปียก เขาวิ่งฝ่าออกมา

ร่างกายถูกเม็ดฝนกระหน่ำเข้าใส่

 

 

แดเนียลไม่ได้ชอบเปียกฝน

แต่เขาชอบเมื่อกลับมาชำระตัวด้วยน้ำอุ่น

ยืนแช่ค้างอยู่อย่างนั้น ให้ความร้อนจนขึ้นไอนั่นโอบรอบตัวเขา

 

 

/

 

 

แดเนียลไม่ได้ชอบนั่งอ่านหนังสือ

ตัวอักษรจำนวนมากติดกันยาวเป็นพรืด

เขาแค่สามารถอ่านมันจบหนึ่งบทในเวลา 20 นาที

10 นาทีสำหรับคนอื่นกับอ่านมันสองบท

 

 

เปล่า  เขาไม่ได้สมาธิสั้น

เขาแค่ต้องค่อยๆซึบซับมันอย่างช้าๆ

หนึ่งครั้งสำหรับกวาดสายตา

สองสำหรับทำความเข้าใจ

สามเพื่อนึกภาพตามในหัว

บางครั้งก็มีสี่, นั่นเพราะเขาต้องการจะย้ำมันอีกครั้ง

 

 

แดเนียลไม่ได้ชอบนั่งอ่านหนังสือ

แต่เขาชอบ เวลา ที่ได้อ่านหนังสือ

โลกภายนอกของเขาหมุนช้าลงเมื่อเขาอ่านมันทวนซ้ำสามครั้ง

 

 

/

 

 

แดเนียลไม่ได้ชอบดื่มเบียร์

ขมปร่า บาดคอ กลิ่นเหม็น

บางทีทำให้อ้วกในเช้าถัดมา และปวดหัว

ครั้งแรกคือตอนกำลังดูหนัง ฉากที่เหมือนจะเป็นซีนตลก

‘ You’re in love. Have a beer ‘ เขาว่า

 

 

แน่นอน มันทำให้เมา

ทำให้มีคลิปน่าอายอยู่ในโทรศัพท์ของเพื่อน

แต่นั่นก็ตลกดีหรือไม่ใช่

 

 

นั่นแหละ แดเนียลไม่ได้ชอบดื่มเบียร์

แต่มันช่วยให้อุ่น ช่วยให้ลืมชั่วขณะ

บางทีก็ทำให้ความสัมพันธ์ใกล้ชิดมากขึ้น

 

 

/

 

 

ร้านอาหารนี่ก็เหมือนกัน

เขาไม่ได้ชอบ

 

 

“ไอ้นี่ที่เราสั่งครั้งก่อนใช่ไหม? ฉันชอบ ช่วยฉันจำด้วย”

“พี่ก็ชอบเหมือนๆกันไปหมด ของเลี่ยนๆ”

“งั้นก็วางส้อมลงซะ ดาเนียล”

“เรื่องอะไรล่ะ ผมก็หิวนะ”

“สั่งของตัวเองสิ นี่ของฉัน”

พี่ซองอู

“ล้อเล่น อ้าปากเร็ว”

 

 

แต่เขาชอบ

การนั่งมองคนชื่อ อง ซองอู ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากตัวเอง

สลับกับเข้าปากเขาบ้าง ถ้าอีกคนจับได้ว่าถูกเขานั่งมองอยู่

 

 

ที่จริงแล้ว แค่มีซองอูเป็นตัวแปรอยู่

แดเนียลก็ชอบหมดแหละ

 

 

 

 

 

the end,

 

 

 

 

มันจะเวิ่นๆ บ่นๆ หน่อย
: )

ขอบคุณค่ะ

 

 

 

 

 

Advertisements

HE IS #ongniel

 

Fandom : Produce 101 WannaOne

Pairing : OngSeongwoo / KangDaniel

 

 

HE-IS.jpg

 

 

 

 

“แฟนเก่าพี่เป็นไง”

 

เขาถามผม อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

ด้วยน้ำเสียงเรียบๆเหมือนกันกับประโยคที่เขาใช้ถามถึงรสชาติอาหารเช้า หนังที่ดู หรือเพลงที่ผมชอบ เขาไม่มีอาการผิดปกติ เป็นเพียงคำถามที่ไม่มีนัยยะหรือความต้องการอื่นแอบแฝง

เพียงแต่เราเพิ่งคุยกันเรื่องหนังสือเล่มหนึ่ง – มันว่าด้วยเรื่องความลับ และในหน้าแรกของบทความทรงจำ, คนเขียนมันได้กล่าวถึง ‘รักแรก’

 

บางทีผมอาจจะควรแปลกใจนิดหน่อย ที่เขาถามถึงรักครั้งเก่า ไม่ใช่รักครั้งแรกอย่างที่หนังสือว่า

 

“แจฮวานบอกว่าหน้าเหมือนผม”

อ่าฮะ แจฮวาน”

ผมทวนชื่อบุคคลที่สามจากเขา คิม แจฮวาน – เพื่อนรัก เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ทำไมผมนึกไม่ออกกันนะว่านอกจากหมอนั่นแล้วแดเนียลจะไปรู้มาจากใครได้

 

“แต่ถ้าจำไม่ผิด แฟนเก่าพี่เป็นผู้หญิง”

ตาของเขาไม่ได้ละจากหน้าหนังสือมาที่ผม นั่นเลยยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าแดเนียลเพียงแต่ทำมันไปเหมือนอย่างนั้นล่ะ เหมือนถามเรื่องทั่วไป

เจ้าตัวเองก็ไม่ได้เป็นคนคิดเล็กคิดน้อยหรืออะไรสักเท่าไหร่หรอก ก็นิสัยแบบผู้ชาย แดเนียลมักพูดด้วยความรู้สึกซื่อๆ ถ้าจะถามซองอูล่ะก็นะ

เพราะงั้นผมเลยผ่อนหลังตัวเองทิ้งกับเบาะโซฟา พาดแขนอ้อมหลังของเขาบนพนักพิง “อือฮึ เป็นผู้หญิง”

“น่ารักไหม?”

 

“น่ารัก” ,ผมตอบตามจริง

ผมค้นหาเธอให้มากเท่าที่จะจำได้ในห้วงความจำ

เธอคนนั้นน่ารักเหมือนกับลูกหมาตัวเล็กๆ สดใสไม่มีใครเกิน และช่างจ้อเป็นที่หนึ่ง ยังจำได้ดีว่ารอยยิ้มนั้นกับคำพูดคำจาของเธอเหมือนกันกับผมขนาดไหน

เธอติดผมแจเหมือนกับเราเป็นสินค้าแพ็คคู่ – นั่นไม่ได้หมายรวมถึงอะไรก็ตามที่เราชอบใส่ให้เหมือนกัน อ่า รักวัยรุ่น

 

“ก็ยิ้มเก่ง ตัวเล็กๆ ซน ดื้อนิดหน่อย เหมือนลูกหมา”

ผมเกี่ยวนิ้วตัวเองกับเส้นผมสีอ่อนของเขาไปด้วยระหว่างพูด ทำมันเบาๆ เพราะไม่อยากให้มันไปกวนการอ่านของอีกคน แม้ว่าจะไม่แน่ใจนัก ว่าแดเนียลยังอ่านมันอยู่ไหม หรือแค่ถือไว้เฉยๆ

“เหมือนพี่พูดถึงผมเลย เว้นก็แต่ ตัวเล็กๆ

“อ่าฮะ”

ผมขานรับพร้อมหัวเราะขำ ลูบหัวเจ้าลูกหมาตัวไม่เล็กไปมา เขานิ่งไปสักพัก เหมือนกำลังคิด ปล่อยให้ผมเล่นกับหัวของเขา

 

“อยากรู้อะไรอีกไหม?” ผมถาม

“ไม่รู้สิ แล้วแต่ที่พี่อยากเล่า”

 

เขาเลิกอ่านหนังสือแล้ว วางมันลงบนโต๊ะใกล้ๆ เอนตัวมาอิงทับแขนของผม พยายามมุดตัวเองให้เข้ามาอยู่ในวงแขน แต่ไม่มาก แค่ให้พอได้เบียด

 

“งั้น เอาที่แจฮวานบอกเป็นไง ที่หน้าเหมือนกัน?”

“ถามจริง? เหมือนมากไหม? …ให้นึกก็ขนลุกนะถ้าให้วางหน้าผมบนหน้าผู้หญิงน่ะ”

“ขนาดนั้น?”

“ไม่ขนาดนั้น.. เดี๋ยวนะ.. ผมไม่ได้ว่าไม่ดีถึงแฟนเก่าพี่นะ ผมหมายถึงผมน่ะ.. แบบว่า เข้าใจใช่ไหม?”

เขาพยายามพูดแก้ และผมก็เข้าใจว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เด็กน้อยตัวโตทำหน้ายุ่งเมื่อเขาคิดว่าเขากำลังพูดอะไรไม่ดีหรือเปล่า – ผมยิ้มและลูบหัวเขา เพื่อบอกไม่ให้เขาคิดมาก ก่อนจะพยักหน้าตอบ

 

“พี่บอกว่าเธอน่ารัก”

แดเนียลพูดในสิ่งที่เขาเองเพิ่งถามไป และผมก็ยืนยันในคำตอบซ้ำ “ใช่”

“เธอเป็นยังไงหรอ?”

 

เขามองผมด้วยตาใสๆ น้ำเสียงพยายามจะไม่ทำให้ฟังดูบังคับหรือยัดเยียดคำถามกับผม เขาใช้เสียงที่อ่อน แสดงอาการที่ไม่อยากละลาบละล้วงและไม่คาดหวังในคำตอบ

ก็นั่นอีกล่ะ ผมรู้ว่าเขาไม่มีอะไรแอบแฝงหรอก และถ้าผมไม่เต็มใจจะเล่าบอก เขาก็จะไม่ฝืนผม

 

แดเนียลเอนหัวมาพิงท่อนแขนข้างซ้าย ใกล้กับหัวไหล่นิดหน่อย เมื่อผมเริ่มเล่าให้เขาฟัง

“ก็.. เป็นคนจิตใจดี เป็นคนที่มีแต่พลังด้านบวก ใครเขาอยู่ด้วยก็สบายใจ …รู้จักสนูปปี้ใช่ไหม? นั่นแหละ หน้าเธอเหมือนสนูปปี้เลย”

“น่ารักจัง” เขาพูดเสียงเบา

“อือฮึ.. เกือบจะได้เป็นดาวคณะด้วยนะ ติดแค่อย่างเดียว มีอีกคนเขาสวยกว่า”

ผมหยุดเพื่อหัวเราะ แดเนียลอมยิ้มตาม และรอให้ผมเล่าต่อ

 

เหมือนนาย เหมือนลูกหมา ความรู้สึกนั้นแหละ เวลาเห็นเธอมีความสุขเหมือนเห็นลูกหมาดีใจ”

“พี่นี่นะ..” แดเนียลยังพูดเสียงเบา และรอยยิ้มยังแต้มอยู่บนหน้าของเขา

“ฉันทำไม?”

ผมเลิกคิ้วใส่เขา แกล้งกระตุกแขนให้หัวเขาขยับ แดเนียลร้องแหวแล้วตีผมเบาๆก่อนจะกระตุกเสื้อผมไปมา นิ่งรอเหมือนอยากจะฟังต่อ

 

อะไรกัน… ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่านิทานก่อนนอนให้เด็กฟังนี่มัน…

 

“เนี่ย ก็กลมๆ ตาเป็นขีดเหมือนกันเลย” ผมจิ้มไปที่แก้ม ตามด้วยบนเปลือกตาของเขา “แจฮวานมันคงหมายถึงอย่างนั้น”

“พี่ไม่ได้บอกกับเธอแบบนี้หรอกนะ?”

“ก็บอก ทำไม ก็กลมๆตาขีดๆ

“พี่เนี่ย!” แดเนียลทำเสียงดุ ขมวดคิ้วทำหน้าตำหนิใส่ผม “จริงๆเลย กับผู้หญิงก็พูดแบบนี้ ปากคออ่ะ!”

“ก็น่ารักดีนี่”

 

ผมบอกเขา และคงเพราะผมไม่ได้เก็บรอยยิ้มของตัวเอง แดเนียลหยุดค้าง กะพริบตามองผมพักหนึ่งก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอกแล้วเม้มปากดันแก้มขึ้นมา ถ้าจะให้ผมคิดเอาเอง ท่าทางแบบนี้เหมือนเจ้าตัวจะแสดงออกว่ากำลังดื้ออยู่หน่อยๆ

โถ่ ก็กลมๆจริงๆเนี่ย

แก้มเป็นก้อนแบบนี้ มีตรงไหนที่ซองอูพูดผิดล่ะ

 

“ยิ้มอะไร”

เขาถามห้วน ผมก็ส่ายหน้าตอบ แล้วงอแขนข้างที่เขานอนพิงขึ้นเพื่อจะเล่นผมเขาอีกรอบ

“พี่เล่นผมของผมอีกแล้ว”

“ทำไม?”

แดเนียลนอนนิ่ง สบตาผมอยู่อย่างนั้นไม่ยอมละไปไหน แต่สุดท้ายก็เป็นฝ่ายค่อยๆหลับตาอิงแก้มกับต้นแขนของผม เมื่อผมเริ่มลูบหัวเขาจนคงจะเคลิ้มไป

 

“แดเนียล”

ผมเรียกเขา ได้เป็นเสียงขานรับยานคางในคอกลับมา เป็นข้อพิสูจน์ว่าแดเนียลโดนลูบจนเคลิ้มจริงๆ – ผมรีบถามก่อนเขาจะหลับ

“แล้วรักแรกนายเป็นไง?”

 

แดเนียลไม่ได้ตอบทันที แต่ขยับตัวเหมือนหาองศาที่นอนสบายขึ้น เจ้าลูกหมาถูหัวไปมากับแขนของผม มันทำให้ผมแอบรู้สึกถึงอุ่นไอเล็กๆเกิดขึ้นตอนที่เขาทำอย่างนั้น

เปลือกตาของเขายอมปรือขึ้นมามองเพื่อจะให้คำตอบในสิ่งที่ผมถาม

“รักแรกหรอ…”

“อืม”

“ก็… ไม่ได้คิดว่าจะเป็นคนนี้ แปลก.. ไม่ค่อยเหมือนคนอื่น.. แต่ก็ใจดี

 

แดเนียลงึมงำตอบ ผมเกือบคิดว่าเขาละเมอออกมา

“มาคิดรวมๆแล้ว… ก็เป็นแค่ผู้ชายใจดีคนนึงน่ะครับ”

“แล้วแฟนเก่านายล่ะ”

เขาตอบสรุปพร้อมกับหลับตา ผมเลยขี้โกงถามเขามากกว่าที่เขาถามผมนิดหน่อย ก่อนที่เขาจะหลับไปจริงๆ

 

“ไม่อ่ะ…”

คำปฏิเสธนั่น ผมนึกว่าเขาจะบอกขอไม่เล่าหรือพูดถึง เขาน่าจะง่วงเต็มที ดวงตาปิดแน่นทีนึงและแก้มของเขาก็ขยับไปมา เหมือนเคี้ยวอะไรสักอย่าง เหมือนเด็ก

 

แต่ก่อนที่ผมจะเข้าใจไปเองแบบนั้น แดเนียลก็พูดต่อ

 

“ผมไม่มีหรอก”

 

เจ้าเด็กน้อย เจ้าลูกหมาตัวโต บอกเสร็จก็เขยิบเข้ามาใกล้ขึ้นอีก วางหัวไว้ตรงที่ลาดไหล่ ติดซอกคอของผม ตอนนั้นเองกลิ่นแชมพูอ่อนๆของเขาก็ลอยขึ้นมาแตะจมูก

 

“ผมมีพี่คนแรก เลยไม่มีแฟนเก่า”

 

ไม่ใช่ความรู้สึกแปลกใจ หรือประหลาดใจ ที่ทำให้มุมปากของผมยกยิ้ม

 

ผมไม่รู้ว่าเพราะน้ำเสียงที่อีกคนใช้พูดหรือเพราะวิธีที่เขาซุกกอดผม

บางทีอาจจะทั้งสอง ,ไม่รู้สิ อาจจะไม่ใช่แค่นั้น

มันน่าจะเป็นเพราะเขาเพิ่งบอกว่าผมเป็นรักแรกของเขาก็ได้

 

แดเนียลกอดผมจนนิ่งไป เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขาทำให้รู้ว่าเด็กคนนี้เคลิ้มหลับไปแล้วจริงๆ ให้ตายสิ..

ผมลูบหัวเขาอย่างเดิม สายตาก็เหลือบไปมองที่หน้าหนังสือที่เขาเปิดทิ้งไว้

 

มันว่าด้วยเรื่องความลับ

และในหน้าแรกของบทความทรงจำ, คนเขียนมันได้กล่าวถึง ‘รักแรก’

 

รอยยิ้มทำให้ผมปวดแก้ม แต่ก็ยังหยุดไม่ได้ ผมก้มมองเขาในอ้อมกอด มองเส้นผมสีอ่อนของเขา มันก็คล้ายๆกับสีที่เขาทำก่อนหน้า แต่มันสว่างและอ่อนลงจนทำให้เขาเองดูนิ่มไปหมด ผมคิดระหว่างที่สางเส้นผมนุ่มไปมา – ว่าจะรอ บอกเขาตอนตื่น หรือว่าจะเก็บไว้รู้คนเดียวดี

 

 

 

 

the end,

 

 


talk :

อยากเลิกชิปคนเปงแฟนกัน แต่ทำไม่ได้ (ノಠ益ಠ)ノ彡┻━┻

 

หนังสือที่ใช้อ้างอิงในเรื่องคือ ‘ทุกความลับคือความจริง ‘

(ไม่แน่ใจในบทความนักเพราะลืมๆไปแล้ว แต่ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาค่ะ)

ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ แค่อยากให้พี่ซองอูเขารู้ว่าตัวเองเป็นรักแรกของน้อง

 

#ลูกหมีของอ๋ง part นี้ขอเป็นลูกหมาแทนแล้วกันเนอะ 💙

 

ขอบคุณค่ะ,

 

 

 

SF : The moment Judy’s heart melted

Fandom : Produce 101 WannaOne

Pairing : Park Woojin / Ahn Hyungseob

Rate : G

 

 

 

judy's-heart-melted.jpg

 

 

เป็นทั้งเพื่อนตอนประถม

เพื่อนตอนมัธยม

จนจะเข้ามหาลัยกันแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกัน

 

อันฮยองซอบ กับพัคอูจินคนนั้นน่ะ เป็นเพื่อนกันมานานม้ากกกแล้วล่ะ

พัคอูจินคนที่บ้าๆบอๆ ชอบทำให้หัวเราะอยู่เรื่อย  คนที่เท่มากๆตอนแข่งกีฬาโรงเรียน  คนที่ขี้เซาๆจนฮยองซอบต้องเดินย้อนจากบ้านตัวเองไปอีกสองถนนเพื่อปลุกไปโรงเรียนด้วยกันตอนเช้า  คนที่ตัวเองเรียนไม่ค่อยจะเก่งแต่ก็ยอมไปนั่งติวด้วยกันที่บ้านของรุ่นพี่

 

แล้วก็มาบ่นให้เขาฟังทีหลังว่าไม่ชอบให้ฮยองซอบไปบ้านพี่ซองอูบ่อยๆ…

ถ้าวันไหนอูจินไม่ว่างไปติวด้วย ตัวเองก็จะแอบโทรไปบอกพี่ซองอูว่าให้พาฮยองซอบออกมาติวข้างนอก ที่ร้านกาแฟ ห้องสมุด หรือที่ไหนก็ได้แค่ไม่ใช่อยู่กันสองคน

อูจินติ๊งต๊อง ถึงพี่ซองอูจะเคยชอบเขา แต่พี่เขาก็มีแฟนแล้วนะ 

 

หวงไม่เข้าเรื่อง

 

ก็เป็นอย่างนี้ตลอด ขนาดตอนรู้ว่ากีฬาสีเมื่อต้นปีฮยองซอบต้องลงแข่งกีฬาเพราะคนไม่พอ อูจินก็ยังออกตัวจะลงแข่งแทน ทั้งๆที่ตัวเองเป็นแบตเตอร์ทีมเบสบอลอยู่แล้วก็ยังลงเพิ่ม ไล่ให้ฮยองซอบไปอยู่ฝ่ายดูแลนักกีฬา คอยยกน้ำกับยื่นผ้าเช็ดหน้าให้อูจินก็พอ

แถมด้วยการบอกว่าเส้นเลือดเขาแตกง่าย แตะแรงๆก็เป็นรอยแล้วจะไปลงแข่งได้ไง

 

 …ขี้เว่อร์  ที่พูดมาอูจินกำลังหมายถึงตอนที่ฮยองซอบถูกเพื่อนแกล้งตอนเด็ก ตอนถูกลูกบอลรุ่นพี่กระเด้งโดนหัวแล้วสลบ หรือตอนที่แค่ล้มก็ช้ำไปหลายวัน – เขาไม่รู้ เขารู้แค่อูจินขี้เว่อร์

 

 

เป็นแบบนี้จนเพื่อนแซวไปทั่วแล้วว่าฮยองซอบกับอูจินเป็นแฟนกัน  

ใช่ที่ไหนล่ะ  ถ้าเป็นแฟนนะฮยองซอบจะตบหัวหลุดเลย มากกว่านี้ก็เอาเขาไปใส่กระเป๋าหิ้วติดตัวไปเลยไป

 

แต่เพราะว่าเป็นเพื่อนกัน ฮยองซอบก็ทำได้แค่บ่น ขัดใจบ้างบางครั้งด้วยการไม่ทำตาม ก็รู้แหละว่าเพื่อนเป็นห่วง แต่เขาโตแล้วนะ จะเข้ามหาลัยอยู่แล้วเนี่ย

 

และเพราะว่าคณะที่เราอยากเรียนไม่ใช่คณะเดียวกัน อาจารย์เลยสอนและสั่งอ่านหนังสือไม่เหมือนกัน ถึงอย่างนั้น เวลาที่ฮยองซอบเรียกให้อูจินมาช่วยฟังเขาทวนเนื้อหากับทำโจทย์ให้หน่อย อูจินก็ไม่เคยอิดออดเลย แต่ส่วนตัวเองน่ะหรอ… ก็ไม่เกินคาด ต้องให้เขาคอยจ้ำจี้จำไชให้อ่านหนังสือบ้าง เขาโทรไปหาทีไรส่วนใหญ่ก็เล่นเกมตลอดเลย

จนต้องขู่เข้าให้ว่าถ้ายังขี้เกียจแบบนี้ก็คงไม่ได้เข้ามหาลัยเดียวกันแน่ๆ อูจินถึงจะยอมปิดคอมฯ เปิดหนังสือ แล้วส่งรูปมารายงานเขาทุกวันว่ากำลังอ่านเรื่องอะไร

 

เห็นไหม ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่ต้องห่วง อูจินก็ต้องให้ดูแลอยู่เรื่อย 

ถ้าไม่ได้ฮยองซอบคนนี้นะ อูจินแย่แน่!

 

 

 

 

แต่ว่านะ

ช่วงนี้ คนที่กำลังแย่ดูเหมือนจะเป็นเขาซะเอง

 

ก็พัคอูจินคนนั้นน่ะ…

 

 

 

 

“ฮยองซอบ”

“อะไร”

“ถ้าเกิด.. แค่สมมุตินะ ว่าถ้าเกิดเราไม่ได้ติดที่เดียวกันอ่ะ…”

“เลิกพูดเพ้อเจ้อหน่า นายเอาเวลาที่คิดเรื่องนี้ไปอ่านหนังสือ ไม่ดีกว่ารึไง”

“ก็แค่สมมุติเอง…”

“อูจิน”

“หือ?”

“ไม่เคยถามเลย แต่นึกขึ้นมาได้ …ทำไมถึงอยากติดที่เดียวกันหรอ ถ้าเป็นอีกมหาลัยนึง มันน่าจะเข้าได้ง่ายมากกว่านี่นา”

“ฮยองซอบ”

“หือ?”

“ฮยองซอบไง”

“เราทำไม?”

“ก็ฮยองซอบไง”

 

พูดไม่รู้เรื่อง

 

เขาว่าอูจินไปแบบนั้น ว่าคงจะอ่านเยอะเกินจนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว

แต่ฮยองซอบฟังรู้เรื่อง เขารู้ว่าอูจินหมายถึงอะไร

เจ้าพัคอูจินคนนั้นที่วันๆก็สนใจแค่กีฬา เกม และฮยองซอบ คนที่เกรดกลางๆ ไม่ฝักใฝ่การเรียนคนนั้นพยายามเลือดตาแทบกระเด็นกับหนังสือเล่มหนาเป็นสิบเล่ม sheet อีกหลายชุดที่เขายัดเยียดให้ ก็เพื่อจะติดที่ดีๆ  ที่เดียวกัน

เหตุผลนอกเหนือจากนั้น… ฮยองซอบไม่ได้คิด

 

 

 

 

“ก็บอกมาดิว่าใคร”

“ทำไม จะไปต่อยเขาหรือไง”

“ก็ใครมันทำนายวะ!”

“อย่าบ้าน่ะอูจิน มันเป็นอุบัติเหตุ เขาไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่ตั้งใจจนเป็นแผลขนาดนี้ ฉันเป็นเพื่อนนายมากี่ปียังไม่เคยทำให้เจ็บเลยนะ”

พัค-อู-จิน

“เออ ไม่บอกก็ไม่บ—  แล้ว ล้างแผลยัง”

“ยัง”

“มานี่”

 

อูจินดึงมือเขาให้เดินตามไปห้องพยาบาล แอบจิ๊ปากไม่ให้เขาเห็นเดินนำหน้า แต่เขาก็ยังเห็นเขี้ยวฟันที่โผล่ออกมาตอนที่อูจินกัดฟันกลั้นความไม่พอใจไว้

เจ้าเขี้ยวคนนั้นที่ตัวไม่ได้โตไปกว่าเขานักหรอก คนที่มีเขี้ยวเหมือนหมาป่าแต่มีนิสัยแบบหมาบ้านขี้เกียจ ไม่ชอบความรุนแรงและการมีเรื่องกับใคร วันๆก็มีให้เห็นแค่รอยยิ้มน่ารัก(หรือน่าหมั่นไส้ในบางครั้ง) แต่ยอมไม่ได้และแยกเขี้ยวเสมอเวลามีใครมาทำให้ฮยองซอบเจ็บ 

 

 

 

 

“เขยิบมาดิ”

“ก็ใกล้แล้วเนี่ย”

“มันตกกล้อง เขยิบมาอีก”

“ให้ขี่หัวเลยไหมฮยองซอบ”

“โอ้ย แค่เขยิบมา”

“….”

“มองกล้อง”

“….”

“อูจิน มองกล้อง”

“อือ”

 

แล้วรูปที่ใช้ได้ก็มีแค่รูปสุดท้ายสองรูป รูปก่อนหน้ามีแค่ฮยองซอบที่ยิ้มให้กล้อง

อูจินเอาแต่มองเขา – ทั้งๆที่ก็บอกว่าให้มองกล้อง อูจินรู้จักการถ่ายรูปไหมเนี่ย

 

แต่ ก็เพราะอย่างนั้นแหละ

 

แบตเตอร์คนนั้นที่สายตาคมกริบ ไวจนมองจับลูกเบสบอลที่ถูกขว้างอย่างเร็วและแรงได้แถมหวดไม้ตีถูกลูกไม่เคยพลาด คนที่ทำคะแนนได้ไม่มีตกให้กับทีมเกือบทุกการแข่ง แบตเตอร์เบอร์ 06 คนนั้น เผลอเมื่อไหร่ก็เห็นวางสายตาอยู่ที่ฮยองซอบตลอด อูจินคิดว่าเขาเป็นคนตาไม่ดีหรือไง ถึงได้คิดว่าเขาจะไม่รู้ไม่เห็นที่อูจินชอบมองเขาน่ะ

 

ก็เพราะอย่างนั้นไง

 

เพราะเป็นอูจินที่พยายามเพื่อเขาตลอด

เพราะเป็นเจ้าเขี้ยวที่ปกป้องเขาอยู่เสมอ

เพราะเป็นแบตเตอร์ที่มีสายตาไว้มองแค่เขา

 

ทั้งหมดที่กล่าวมา, เพราะพัคอูจินคนนั้น

ทำให้หัวใจฮยองซอบสั่นไหวไปหมดแล้ว

 

 

 

 

.

.

.

 

 

“อันฮยองซอบ”

“ว่าไง”

“ไว้ไปรับหน้าคณะตอนเลิกเรียนนะ”

 

 

อื้อ

 

 

 

 

 

 

The end,

(:

 

 

 


talk :

ฟิคอูซอบเรื่องแรก ประทับใจความน่ารักและความรักเดียวใจเดียวของน้องจูดี้ไม่ไหวแล้ว แง อะไรๆก็อูจินตลอดเลยนะ รักเขาใช่ไหมฮยองซอบ (งั้นก็รับไป! //ปาอูจินใส่)

เอ็นดูจูดี้กับแบตเตอร์ของเขากันนะคะ ♡

ขอบคุณค่ะ,

 

 

 

 

Double Drabble : No, probably not

Fandom : Produce 101 WannaOne

Pairing : OngSeongwoo/KangDaniel

Rate : not sure.

 

No,-probably-not.jpg

 

 

ทีแรกก็คิดว่าน่าสนใจเฉยๆ แต่ไม่ได้ถึงกับสนใจจริงจัง

 

เด็กผู้ชายที่สูงกว่าวัยของตัวเองนั่นชื่อแดเนียล นึกว่าเป็นลูกครึ่งแต่ก็เปล่า แดเนียลเป็นหลานของพี่จีซองเจ้าของบริษัทลูกของพ่อแดเนียล  ช่วงปิดเทอม, พ่อของแดเนียลมักจะให้ลูกมาช่วยงานคุณอาที่ออฟฟิศ เด็กนั่นโตมากับงานในบริษัทพ่อ ช่วยหยิบจับอะไรมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะงั้นเลยรู้งานไปหมดและช่วยคนอื่นๆได้มาก

 

คนที่นี่เอ็นดูแดเนียลกันให้ทั่ว  บางทีงานล้นมือจนปลีกตัวไปทำอะไรอย่างอื่นไม่ค่อยได้ แดเนียลก็คอยเดินไปมาถามพี่ๆทุกคนว่ามีอะไรให้ช่วยไหม พวกพี่เขาก็จะให้งานในส่วนที่แดเนียลพอจะช่วยได้ไป แล้วแดเนียลก็ทำได้ดี เสร็จรวดเร็ว ทำให้ลิสต์งานใครหลายคนถูกขีดฆ่าออกไปได้เยอะ

 

หัวไว ทำงานเก่ง อัธยาศัยดี แถมอายุยังน้อย

แดเนียลเกือบๆจะเป็นเทวดาตัวน้อยของคนที่นี่

 

ด้วยอายุที่เพิ่งอยู่ชั้นไฮสคูล แดเนียลเทียวมาที่นี่แค่ปีละครั้ง อาจจะสามสัปดาห์ หรือนานหน่อยก็สองเดือน อย่างที่บอก, แค่ช่วงปิดเทอม เพราะงั้นทุกคนจึงมักจะคอยคิดถึงและเฝ้ารอวันที่หัวแก้วหัวแหวนของทุกคนจะกลับมาที่ออฟฟิศนี้

 

ซองอูไม่ใช่หนึ่งในคนพวกนั้นหรอกนะ เขามาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานเท่าคนอื่นที่เห็นแดเนียลมาแต่เล็กแต่น้อย เขาไม่ได้เฝ้ารอ ไม่ได้คอยคิดถึง เพราะรู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวแดเนียลก็ต้องกลับมา

บางทีเจ้าเด็กร่าเริงนั่นก็โผล่มาให้ทุกคนดีใจเล่นๆ เพราะตามพ่อตัวเองมาที่บริษัทในวันหยุด

แดเนียลอยู่ที่นี่ บริษัทพ่อ และเป็นลูกหลานของบริษัทนี้

ยังไงแดเนียลก็ต้องวนเวียนมาให้เจออยู่ไม่หายไป

 

ตามที่บอกไปตั้งแต่ต้น – ว่าเขาไม่ได้สนใจเด็กคนนี้จริงจัง

เป็นความเอ็นดูเหมือนเห็นน้องนุ่งคนหนึ่ง

 

จนวันหนึ่งที่แดเนียลกลับมา ด้วยภาวะของเด็กมหาลัย

โตเต็มวัยด้วยส่วนสูงเกินกว่าอกเขาไปมาก

หน้าตาก็ยังดีเหมือนเดิม

แต่ย้ายจากโครงหน้ากลมๆน่ารักเป็นแบบคมชัดตามวัย

จากเทวดาตัวน้อย ทุกคนลงความเห็นว่าได้กลายมาเป็นเด็กแฟนหนุ่มไปซะแล้ว

 

เขาคงไม่ทันสังเกต โลกอาจหมุนเร็วเกินไป ไม่ก็คงเพราะเราเห็นกันบ่อยเกินไป จากเจ้าเด็กสูงเท่าอกที่เขาคอยซื้อขนมให้กิน โตจนตอนนี้เป็นฝ่ายซื้อกาแฟกับขนมเลี้ยงเขาแทนแล้ว (กาแฟมีเลี้ยงคนอื่นบ้าง แต่แดเนียลชอบแอบวางชอคโกแลตบาร์ที่เขาชอบเอาไว้ให้ด้วย)

 

ทีนี้เลยเริ่มสนใจขึ้นมาจริงๆ จากที่เห็นเป็นน้องนุ่ง ก็อยากจะเห็นน้องไม่นุ่งอะไรเลยมากกว่า

 

ไม่นับอายุที่ห่างกันเกินหนึ่งรอบ แดเนียลตรงกับไทป์เขาไปเกือบหมด แข็งแรง แต่ไม่แข็งไป อ่อนหวาน แต่ไม่หวานไป พึ่งพาได้ ในขณะที่ก็ต้องดูแล พูดง่าย หลอกง่าย.. อ่า หมายถึง เชื่อฟังน่ะ

 

ก็เลยขอแดเนียลคบ -ไม่ -ที่จริง มันไม่มีคำที่พูดออกมาตรงๆ รู้ตัวอีกทีก็มีสถานะระหว่างกันแล้ว

 

ทั้งออฟฟิศตราหน้าว่าเขามันเลวร้าย ซองอูกินเด็ก  ไม่พอ ยังกินเด็กที่เป็นที่รักของทุกคน  จากที่ก็ได้ความเอ็นดูท่วมท้นอยู่แล้ว แดเนียลถูกพี่ๆประคบประหงมกันยกใหญ่ และไม่มีใครยอมปล่อยให้เด็กนั่นเดินเฉียดมาแผนกเขา

 

ก็เอาเถอะ,

ถึงเวลาเลิกงานเขาก็แค่หยิบกุญแจรถแล้วเดินออกห้องมา แดเนียลก็วิ่งปรี่มาหาเขาแล้ว จะดงโฮ ซองอุน แทดง โบอาหรือว่าใครก็ช่าง  เชิญกรีดร้องไล่หลังเขาไปเถอะ

 

 

 

 

“ซองอู อยากกินน้ำปั่น”  เด็กหนุ่มตัวโตที่นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ข้างกันเอ่ยบอก โดยไม่ต้องถาม รู้อยู่แล้วว่าจะต้องตามใจ เขาก็ขับไปจอดที่หน้าร้านให้ตามอีกคนต้องการ

 

“เอาอะไรไหม?”

 

“เอาเหมือนเธอ”

 

เขาว่า แดเนียลหันไปลดกระจกสั่งเครื่องดื่มสองแก้ว กำลังจะควักเงินจากกระเป๋าเสื้อตัวเอง ซองอูรู้อยู่แล้วก็ขัดโดยการยื่นแบงค์ไปให้อีกคนก่อน แดเนียลหน้าหงิก รับเงินจากเขาจ่ายโดยดีเพราะไม่มีเวลาให้เถียงกัน มีรถจอดรอต่อข้างหลังอีก

แล้วพอได้เครื่องดื่ม ออกรถ แดเนียลก็แหวใส่ทันที

 

“ทำไมซองอูชอบเลี้ยง ผมก็มีเงินนะ”

 

“รู้” เขาตอบ ตาไม่ได้ละออกจากถนนข้างหน้า

 

“ก็ให้ผมจ่ายบ้างสิ”

 

“รอมีเงินเดือนก่อนเถอะ”

 

“พ่อก็ให้ผมทุกเดือน”

 

“เห็นไหม?” เขายอมหันมามองหน้าอีกคน ปล่อยมือออกจากพวงมาลัยรถข้างหนึ่ง “เงินพ่อ

 

“ผมไม่อยากให้ซองอูเลี้ยงตลอดนี่”

 

เทวดาตัวเคยน้อยพูดแล้วงับหลอดดูด ทิ้งหัวกับข้างกระจกรถมองออกไปข้างนอก

 

“ไม่อยากรบกวน”

 

อย่างเดียวที่เป็นการกวนเขา คือการที่แดเนียลคิดว่าตัวเองกวนใจเขานั่นแหละ

แต่ไม่พูดแล้ว นี่เป็นเรื่องที่พูดกันไปหลายครั้งมากๆแล้ว ถ้าให้พูดก็จะซ้ำๆเดิมๆ ซองอูกลับมาใส่ใจกับการขับรถต่อ และเมื่อมันมีไฟแดงให้รถหยุดรอ แดเนียลก็พูดขึ้นมาอีก ทั้งๆที่หลอดคาปากอย่างนั้นล่ะ

 

“ไม่กลับบ้านนะ”

 

“อ่าฮะ”

 

“นอนห้องซองอู”

 

ซองอูเคาะนิ้วรอสัญญาณไฟ เขาปล่อยให้แดเนียลพูดสลับกับดูดน้ำ

แล้วเขาก็นึกอะไรบางอย่างออกก่อนสีแดงจะเปลี่ยนเป็นเขียว เขาลากสายตากลับมามองแดเนียลอีกรอบ ที่หลังคอขาว ซองอูเพ่งมองแล้วใช้ปลายนิ้วเขี่ยผิวเนื้อตรงนั้น

 

“เธอไม่ได้จะไปขโมยเสื้อฉันอีกใช่ไหม”

 

แดเนียลไม่ตอบ แสร้งทำเป็นกลอกตาไปมา และเพราะเขามั่นใจว่า tag เสื้อที่โผล่ออกมาให้เห็นนิดหน่อยนั่นเป็นของแบรนด์ที่เคยแขวนอยู่ข้างกับอีกตัวที่เป็นสีฟ้าของเขา เสื้อตัวนี้ แดเนียลก็ขโมยมาใส่อีกนั่นแหละ

 

“เด็กบ้า”  ถึงรู้ว่าแดเนียลมีความรู้ในการดูแลเสื้อ จะไม่ทำของๆเขาเสียหายแน่ๆ แต่ซองอูก็ไม่นิยมการแชร์เสื้อผ้ากับใครเท่าไหร่ แย่หน่อย แดเนียลตัวเกือบพอๆกับเขา และเป็นนิสัยของอีกฝ่ายที่ชอบหยิบเอาของๆเขาไปใช้

 

เหตุผลก็แบบเด็กๆ ที่อยากใช้ข้าวของที่เป็นของแฟนตัวเอง ซองอูว่าไปครั้งหนึ่ง และแดเนียลรู้ว่าเขาไม่ชอบ

 

“ก็ผมอยากให้มีซองอูติดตัวเองไว้”

 

“โรคจิตเรอะ”

 

“กลิ่นหอมเองนี่”

 

ไฟเขียว, ซองอูจำต้องดึงความสนใจมาที่ถนนแทน อีกไม่ไกลก็จะถึงคอนโดของเขา และเจ้าเด็กโรคจิตก็พูดขึ้นซ้ำ

 

“รู้สึกเหมือนโดนซองอูกอดตลอดเวลา”

 

เขาเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนตัวเร็วขึ้น เกือบจะแตะ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แค่เพราะหันไปแล้วแดเนียลยิ้มให้ พร้อมด้วยทำท่ากอดตัวเองอย่างกับว่ามันจะดูน่ารักเหมือนตอนตัวเองอายุยังเด็ก

 

ไม่ล่ะ ไม่น่ารักเลย

 

มันน่าฟัดให้จมเตียงมากกว่า

 

“อยากโดนกอดหรอ”

 

เทวดาตนนั้นฉีกยิ้ม ตาปิด โชว์ฟันคู่หน้าที่น่ารักของตัวเอง เป็นเมื่อก่อนซองอูคงตอบกลับอย่างเอ็นดูด้วยขนมสักห่อหรือคำชม และหยิกแก้ม

 

แต่เช่นกัน ไม่ล่ะ

 

“อย่ามาร้องงอแงทีหลังแล้วกัน”

 

“จะไม่ร้องสักแอะ”

 

“ฉันจำได้นะว่าเธอพูดอะไร”

 

ได้ยินอย่างนั้น แดเนียลกัดหลอดน้ำที่เหลือก้นแก้วแล้วแลบลิ้นเลียปากอย่างทะเล้น

 

ซองอูมองภาพนั้นแล้วปล่อยให้ความคิดมันเตลิดอยู่ในหัว

 

พรุ่งนี้เขาอาจถูกสังคมตราหน้าซ้ำๆอีกครั้ง ซองอุนอาจโยนงานทั้งหมดให้เขาทำคนเดียว ดงโฮอาจมายืนบีบกระป๋องนำ้อัดลมให้แตกด้วยมือเปล่าให้เขาดู โบอาอาจสั่งเขาให้รับงานโอทีเพิ่ม และอีกหลายคนที่จะมารุมประชาทัณฑ์เขา

 

แต่ที่แน่ๆจีซองจะไม่ไล่เขาออก

 

และที่แน่ๆอีกอย่าง

คือแดเนียลต้องได้นอนร้องไห้อยู่บนเตียงซองอู 



เขาเพิ่มความเร็วขึ้นอีกนิดเพื่อให้ถึงห้องไวกว่าเดิม

 

 

 

 

 

 

the end,

 


talk : อะไรทำให้เธอเอาแต่บรรยายผ่านพี่ซองอู ไหนพูดสิ ಠ_ಠ