cut : #บีสัน10ข้อ Chapter 04

 

Chapter 4

 

Rule 4: DON’T encourage friends and family to hang out with your FWB

 

 

 

9:20 PM

 

ห้องนอนสำรองในบ้านจินยองถูกยืมใช้ โดยแจบอมที่ปกติแล้วน่าจะเป็นคนที่มานอนบ่อยสุด ผิดจากเดิมตรงที่วันนี้แจบอมอยู่ในห้องกับแจ็คสัน

 

ช่วงเป่าเค้ก แจ็คสันหนีออกมาจากงานแล้วเดินเรื่อยขึ้นมาจนเจอห้องนี้ เขากำลังยืนดูของต่างๆในห้องที่จินยองเอามาวาง และน่าจะมีของๆแจบอมปนอยู่ด้วย รวมถึงของมาร์ค เขารีบวางกรอปรูปรูปหนึ่งลงเมื่อได้ยินเปิดประตู

 

“ทำอะไร”

 

เขาถอนหายใจเมื่อเป็นแจบอม อีกคนปิดประตูแล้วเดินมาใกล้

 

“รอกูอยู่หรอ”

 

เขาถอยหลังหนึ่งก้าวเมื่อแจบอมจะโน้มลงมาจูบ แจ็คสันแทบจะรู้ตัวในทันทีที่เห็นแจบอมยิ้มว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ข้างล่างที่กำลังปาร์ตี้กันหลังจากแจบอมเป่าเค้กคงกำลังสนุกจนไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนหายไป แจ็คสันเกือบหมุนตัวออกจากห้องทัน ถ้าแจบอมไม่ได้คว้ามืออีกคนไว้ได้ก่อน

 

เราจูบกัน เหมือนโหยหาอะไรบางอย่าง ก่อนที่สติเล็กๆที่ยังพอมีเหลือของเขาจะดึงตัวเองให้ถอนจูบออกมา เขามองแจบอม ดันตัวเองออกนิดหน่อยเพื่อจะพูด

 

“อะไรของมึง”

 

เป็นคำพูดที่ไร้สาระมาก

แจบอมยิ้มที่มุมปากแล้วใช้ตัวเองดันให้เรามายืนอยู่กลางห้อง พยายามสอดมือเข้ามาถอดเสื้อเขาแต่เขาห้ามเอาไว้ ดวงตาอีกคนกำลังจะแผดเผาเขาให้ละลาย

แจบอมกดจูบเขาอย่างหนัก ระดมจูบจนเขาไม่มีโอกาสได้ขัดขืน และ ให้ตาย เขาต้องบ้าแน่ๆถ้ายังยืนอยู่ต่อไปเฉยๆ

 

เราแนบตัวเข้าหากันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหมือนมีความจริงโผล่ขึ้นมาตบหน้าเขาว่าไม่ว่ายังไงเขาก็ชอบให้อีกฝ่ายสัมผัสตัวเองอยู่ดี รวมถึงชอบที่จะสัมผัสอีกคนด้วย และเหมือนแจบอมจะมีพลังพิเศษ เพราะทุกครั้งที่เราสัมผัสกัน ความคิดผิดถูกชั่วดีไม่อยู่ในหัวเขาเท่าไหร่เลยตั้งแต่คืนแรก

 

แจบอมดึงชายเสื้อตัวเองออก ปากเราไม่ได้ละออกจากกัน อีกคนดึงมือเขาให้ไปวางอยู่ตรงขอบกางเกงยีนส์ของอีกฝ่าย และเมื่อพอสัมผัสลงมาถึงรอยโปร่งนูนที่ขอบซิป เขาใจเต้นแรง แจบอมบังคับมือเขาให้ขยับและขยำมัน เสียงซี๊ดปากนั่นทั้งยั่วยวนและกวนประสาทในเวลาเดียวกัน

 

แล้วแจ็คสันก็เกิดความรู้สึกปากแห้งผาก

 

“อยากช่วยไหม”

 

น้ำเสียงกระซิบที่แหบพร่านั่น ทั้งที่เป็นคำถามแต่เขากลับรู้สึกเหมือนเป็นคำสั่ง

 

เขาคุกเข่าลง หน้าอยู่ตรงสิ่งที่โปร่งนูนออกมา ซิปกางเกงถูกเปิด เข็มขัดหนังที่ใช้รั้งกางเกงแจบอมเอาไว้ถูกเอามารั้งคอแจ็คสัน เพื่อดึงให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น เขานึกในใจว่าแจบอมเป็นพวกชอบบังคับเสียจริง แต่ถึงอย่างนั้น ที่เขาถูกกระทำมันก็รู้สึกดี

 

 

 

 

 

9:35 PM

 

จินยองตามหาตัวแจบอม

เขาพบเพื่อนตัวเองที่บันได จึงกวักมือเร่งเพื่อนให้มาถ่ายรูปแล้วถามถึงแจ็คสัน แจบอมกำลังจะบอกว่าเห็นเดินขึ้นไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นบน แต่จินยองก็เห็นแจ็คสันก่อนแล้วส่งเสียงเรียก

เขาสองคนถูกจินยองดึงให้เข้าไปร่วมเฟรมถ่ายรูปกับคนอื่นๆ คงเป็นโชคดีที่ตรงนี้ไม่มีดวงไฟเยอะ แต่แสงจากในบ้านก็ส่องกระทบลงที่หน้าด้านข้างของแจ็คสันเข้า

 

แจบอมรีบดึงตัวแจ็คสันออกมาแล้วยกหลังมือขึ้นปาดที่ข้างแก้มของอีกคนที่มีอะไรมันวาวเลอะอยู่

ด้วยความลนลานที่ได้ยินว่าจินยองตามหา แจ็คสันคงรีบจัดการตัวเองโดยไม่ได้เข้าไปเช็คในห้องน้ำให้ดี คนปากแดงเม้มปากแน่นก่อนจะถูกเพื่อนคนหนึ่งเรียกให้ไปถ่ายรูป แจบอมมองทั่วหน้าแจ็คสัน ก่อนจะพยักหน้าแล้วดันไหล่ให้อีกคนไปได้

 

ถึงแม้จะไม่มีใครเห็นสิ่งที่เลอะอยู่บนแก้มแจ็คสัน แต่แจบอมควรรู้ตัวไวกว่านี้สักนิด จะได้รู้ว่ากำลังมีสายตาบางคู่จ้องมาที่ตัวเองอยู่

 

 

 

Advertisements

Chapter 04 : RULE 4

Title : 10 Rules of being friends-with-benefits

Pairing : jaebum x jackson

Rate : PG-13

Genre : Slash, Angst, Smut

Tag #บีสัน10ข้อ

 

 

cover_10rules04

 

Chapter 04

 

 

Rule 4: DON’T encourage friends and family to hang out with your FWB

 

 

 

10:49 PM

 

แจ็คสันห้อยขาลงที่ข้างเตียง

แจบอมนั่งอยู่ตรงนั้น ข้างเตียง กับพื้น หลังพิงฟูก

เขาวางขาไว้ที่ไหล่กว้างทั้งสองข้างของแจบอม เจ้าตัวเอียงหน้าขึ้นมามอง แล้วอิงหัวไปกับต้นขาของเขา ระหว่างนั้นแจ็คสันคว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นโดยมีแจบอมอยู่ระหว่างขา สภาพเรายุ่งเหยิงทั้งคู่พอๆกับเตียงนอน

 

“พรุ่งนี้วันเกิดอีริค”

 

เขาพูดขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ แจบอมส่งเสียงรับในลำคอ

 

“พรุ่งนี้ก็วันเกิดกู”

“วันเกิด?”  แจ็คสันทวนคำพูดอีกฝ่าย

“อือ วันเกิดกู”

“มึง?” อีกรอบ

 

แจบอมสูดหายใจลึกก่อนจะตอบ, “อือ วันเกิดกู พรุ่งนี้”

“สุขสันต์วันเกิด”

“ยังไม่ถึง”

 

แจ็คสันบึนปากแล้วแกล้งจิ้มนิ้วลงที่หัวของอีกฝ่ายจึกๆ เขาวางโทรศัพท์ลงไปสักที่บนเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะกางนิ้วแทรกเข้าไปในเส้นผม สางผมอีกคนเล่น แล้วในสมองก็ไม่ได้คิดอะไรอีก

 

“แจ็คสัน หัวกู”

คนถูกท้วงหยุดมือตัวเองแล้วตอบ “อือ ใช่”

 

น้ำเสียงอ้อแอ้เหมือนคนง่วงของแจ็คสัน ทำให้แจบอมต้องรีบพูดตอบไป

 

“รู้ใช่ไหมว่ากูโตกว่ามึง?”

“รู้” แจ็คสันพยักหน้า ก่อนจะขมวดคิ้ว, “แล้วโตกว่ากูมากเลยหรอ?”

“กู 24”

 

แจ็คสันชะงัก เขากำลังนับเลขอยู่ในหัว – ถ้าปีนี้แจบอมอายุ 24 ปี ก็หมายความว่าเราห่างกัน 3 ปีแม้จะอยู่รุ่นเดียวกัน เขายู่ปาก เลื่อนมือมาจับที่หน้าผากอีกฝ่ายแล้วรั้งให้เงยหน้ามามองเขา

 

“มึงซิ่วมากี่รอบเนี่ย”

 

แจบอมสะบัดหัวหนีทั้งมือแจ็คสันและคำถามของอีกฝ่าย เขาดันหลังออกจากเตียงแล้วหมุนตัวลุกขึ้นเข้าหาแจ็คสัน สอดมือไปรองที่แผ่นหลังก่อนที่แจ็คสันจะหงายลงไปกับเตียงนอน

มันเหมือนจะเป็นไปเองอย่างธรรมชาติ ขาขาวที่พาดอยู่บนไหล่เขาหล่นลงตอนเขาลุกขึ้น ก่อนมันจะมารัดอยู่รอบเอวเขาตอนที่เขาแทรกตัวเข้ามา แจ็คสันไม่ได้ตัวเล็ก ที่จริงก็เกือบจะพอๆกับเขา แต่ทำไมทุกครั้งที่แจบอมอยู่เหนือตัวแจ็คสันทีไร เขารู้สึกว่าแจ็คสันตัวเล็กทุกที

ช่วงเวลาสั้นๆที่แจบอมเผลอคิดเรื่อยเปื่อย แจ็คสันหลุดขำ

เขาเลิกคิ้ว “อะไร?”

 

แจ็คสันไม่ได้ตอบทันที

ฟันกระต่ายกัดลงบนปากล่างก่อนจะเผยอปากให้เห็นลิ้นสีแดงข้างใน

 

“กูเด็กกว่ามึงตั้ง3ปี”

 

เสียงหัวเราะคิกคักกับใบหน้าขึ้นสีทำให้แจบอมขมวดคิ้ว เขาเหลือบไปมองขวดเบียร์ที่กลิ้งอยู่ไม่ไกลแล้วคิดว่าแจ็คสันน่าจะยังไม่สร่างเมาดี ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ มืออุ่นๆของแจ็คสันประกบที่หน้าเขาแล้วดึงให้หันกลับไปมองตัวเอง

 

“แจบอม” ,แจ็คสันเรียก

“แจบอม”

พี่แจบอม

 

เจ้าของมืออุ่นเรียกชื่อเขาซ้ำๆ เขาไม่ได้ตอบ

แจ็คสันในตอนนี้ก็คือคนเมา ปากแดงพูดสิ่งที่นึกอยากจะพูดไปเรื่อย แจ็คสันเรียกเขาอยู่อย่างนั้นสลับกับหัวเราะ

 

สุดท้าย แจบอมตัดบทสนทนาด้วยการกดแจ็คสันลงแนบกับเตียง – อีกครั้ง

 

 

 

 

 

10:18 AM

 

แจ็คสันตื่นมาในห้องตัวเองโดยที่ไม่มีความทรงจำชัดเจนพอว่าเดินกลับห้องมายังไง เขาถูกอีริคโทรมาด่า หมอนั่นบอกว่าเขาโทรไปกลางดึก ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์เวอร์ชั่นจับทำนองไม่ได้ให้ฟังแล้วก็หลับไปคาสายระหว่างที่อีริคนั้นด่าอย่างงัวเงีย

เขามุดหัวกับผ้าห่มผืนหนาหลังจากเพื่อนวางสายไป แต่ได้ไม่นาน กลิ่นเบียร์ที่ติดตัวเขาบังคับให้เขาต้องลุกไปอาบน้ำ

 

และพระเจ้าเป็นพยาน

แจ็คสันเพิ่งรู้ตัวว่าต้นขาตัวเองถูกทิ้งรอยแดงๆไว้เกือบทั่ว เขาคำรามอยู่ได้แค่ในคอ และจ้องตัวเองในเงากระจกอย่างโมโห

 

 

 

 

 

5:50 PM

 

ความสัมพันธ์ของแจ็คสันกับแจบอม ให้นึกถึงสมบัติเซตและสับเซต

ถ้าเพื่อนทุกคนที่แจ็คสันรู้จักเป็นสับเซตของเพื่อนที่แจ็คสันสนิท แล้วอย่างนั้นแจบอมต้องอยู่ตรงไหน

 

เขาถึงกำลังกลุ้มใจอย่างหนักตอนที่จินยองเอ่ยปากชวนให้เขาไปงานวันเกิดของแจบอม ลองเป็นคนอื่นสิ ถึงแจ็คสันจะไม่ซี้ด้วยก็ต้องไปแน่นอนใช่ไหมล่ะ

 

แจ็คสันแค่ไม่อยากเอาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เดียวกับแจบอมให้มันบ่อยนัก เขารู้ แทบจะรู้ดีเลยว่าแจบอมอันตราย  หมายถึงในทางที่ อาจทำให้แจ็คสันหวั่นไหวได้

 

แจบอมเองก็ใช่ว่าจะยินยอมให้เป็นแบบนี้ แต่หากเขาบอกไม่สนับสนุนจินยองที่จะชวนแจ็คสันมา แน่ใจได้ว่ามันจะต้องแปลกที่สุดของที่สุด

 

‘แล้วมึงเอาไง’

 

พวกเขาคุยกันทางข้อความ เป็นสิ่งที่เราเคยตกลงไว้เช่นกันว่าอย่างน้อยต้องให้อีกฝ่ายรับรู้ สถานที่ เวลา กิจกรรมของกันและกัน เพื่อที่หากเราต้องเจอกันแล้วจะได้คุยก่อนว่าต้องทำตัวยังไง – นี่เป็นกรณีที่พวกเขาเคยคิดไว้

แจ็คสันอยากบอกไปว่าไม่เอาไงทั้งนั้นเพื่อตัดปัญหา แต่ใช่ว่ามันเป็นทางออกที่ดี เขาเลยต้องคิดอยู่อีกสักพักใหญ่ๆถึงหาคำตอบมาได้

 

‘กูจะไป’

‘จะมาทำบ้าอะไร’

‘ก็วันเกิดมึง จินยองชวนด้วย กูไปก็ถูกแล้วป่ะ’

 

แจบอมทิ้งโทรศัพท์ลงข้างตัวและทิ้งหัวกับพนักพิงโซฟา ตอนนี้เขาอยู่ที่ห้องรับแขกของบ้านจินยอง ซึ่งไอ้เจ้าตัวที่ไปออกปากชวนแจ็คสันมา นั่งอยู่ข้างๆกัน

 

“เป็นไรมึง”

“เสือก”

“เอ้า ไอ้ห่านี่”

 

แจบอมโดนฝ่ามือตบเข้าที่หัวไหล่เต็มแรง จินยองบ่นพึมพำใส่เขาก่อนจะลุกไปเตรียมของต่อ โดยที่ไม่รู้ว่าแจบอมต่อประโยคอยู่ในใจไม่ได้พูดออกไปว่า ‘เสือกไปชวนแจ็คสันมาทำไม’

 

 

 

 

 

7:48 PM

 

ใกล้ถึงเวลา เพื่อนๆที่จินยองชวนไปก็เริ่มทยอยมากัน (ตกลงนี่วันเกิดใคร)  มีจำนวนไม่มาก และส่วนใหญ่แจบอมก็รู้จักผ่านจินยองทั้งนั้น หรือบางคนก็พอสนิทด้วยจากคณะเดียวกัน หรือคณะจินยองกับมาร์คบ้างปนๆกัน  

 

ทุกคนกำลังรวมกันอยู่ที่หลังบ้าน ซึ่งมีเตาปิ้งบาร์บีคิวและเนื้อตั้งเตรียมไว้อยู่ก่อนแล้ว  มาร์คมาคนสุดท้าย แต่หลังจากนั้นไม่นาน แจ็คสันก็โผล่มา

เพื่อนหลายคนพอเห็นแจ็คสันก็ส่งเสียงทักทาย เจ้าตัวแจกยิ้มไปเรื่อยตามประสาคนรู้จักเยอะ จนเจอจินยองแล้วก็เดินเข้าไปกอด ทั้งคู่คุยกันอย่างสนิทสนม …เอาจริงๆ แจบอมก็พอรู้บ้างว่าสองคนนี้สนิทกัน แต่ก็ไม่ได้แปลกใจมาก อย่างที่รู้ แจ็คสันเป็นมิตรกับคนทั่วโลก

จินยองที่โอบไหล่แจ็คสันอยู่มองไปทั่วก่อนจะเห็นเขา แล้วเดินเข้ามาหา

 

“มึงๆ ฝากแจ็คสันหน่อย กูไปเอาน้ำเพิ่มก่อน”

 

ก็อยากบอกมันว่าคนทั้งงานมีถมถืดทำไมต้องให้มาอยู่กับเขา

 

แจ็คสันยืนอยู่ข้างตัวเขาในชุดโค้ทตัวใหญ่ที่เพิ่งซื้อมา นั่นยิ่งทำให้แจ็คสันดูตัวเล็กไปอีก ทั้งที่เราไม่ได้สูงต่างกันมากเท่าไหร่

 

“มองไร”

 

ตากลมตวัดมองเขาอย่างไม่ชอบใจนัก แจบอมกำลังคิดว่าในตอนนี้แจ็คสันดูเหมือนตัวอะไร

 

“มองมึง”

“เออ กูรู้ แล้วมองทำไม”

 

แล้วพออีกคนขมวดคิ้วกดคอจนเกือบครึ่งหน้าจมไปกับคอเสื้อโค้ท

เขาถึงนึกได้  ว่าแจ็คสันดูเหมือนเพนกวิ้น

 

“ของขวัญกูอ่ะ?”  แจบอมทวงขึ้นมา

 

“ไม่มี ไม่ได้เตรียม ทำไม?”

 

เขาไม่ได้ตอบกลับไป แค่พ่นลมหายใจใส่แล้วหันมายกเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบ เป็นจังหวะเดียวกับที่มีเพื่อนบางคนโบกมือทักแจ็คสันจากอีกที่หนึ่งไม่ไกล เจ้าตัวทักทายกลับ แล้วหันมาจับแขนเขาที่กำลังยกเครื่องดื่มอยู่เขย่าเบาๆ

 

“มึง กูไปตรงนู้นนะ”

 

ทั้งเขาและแจ็คสันหยุดนิ่ง แจบอมถือแก้วค้างอยู่อย่างนั้นแล้วเลิกคิ้ว ส่วนอีกคนก็ขมวดคิ้วแล้วเอียงคอ

 

“แล้วกูจะขอมึงทำไม?” แจ็คสันพูด เหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า

 

ใช่ นั่นเป็นสิ่งที่แจบอมก็กำลังคิดอยู่

 

“เออ เผื่อจินยองถามหากู” แล้วแจ็คสันก็ตอบเอง ก่อนจะเดินทิ้งอีกคนไว้ที่เดิมไปหากลุ่มเพื่อนที่เขารู้จัก

 

แจบอมยืนอยู่ตรงนั้นกับความคิดฟุ้งซ่าน

 

 

 

 

 

– cut –

(อยู่ท้ายเรื่อง)

 

 

 

 

 

11:15 PM

 

กว่าปาร์ตี้จะจบแบบจริงจังที่ทุกคนแยกย้ายกลับไปที่พักของตัวเอง จินยองปฏิเสธการช่วยทำความสะอาดและบอกเขาว่าเมดจะมาจัดการจนเกลี้ยงก่อนมื้อเช้าด้วยซ้ำ ไล่ให้เขารีบกลับเพราะเวลานี้รถโดยสารก็น่าจะมีไม่มากแล้ว

 

ไม่รู้โชคดีหรืออะไร จินยองนึกขึ้นมาได้พอดีว่าแจ็คสันอยู่หอเดียวกับแจบอม อีกฝ่ายฝากให้แจบอมเอาแจ็คสันขึ้นรถไปด้วยเพื่อจะได้กลับไปด้วยกัน

เจ้าของรถ รวมถึงเจ้าของวันเกิดทำหน้าเนือยใส่เพื่อนจอมสั่ง ก่อนจะบอกว่าตัวเองไม่ได้เอารถมา จินยองทำหน้าเพิ่งนึกได้(อีกครั้ง) แล้วเอ่ยปากให้ทั้งคู่ค้างที่บ้านตัวเอง

 

“อย่าลำบากมึงเลย พวกกูหารถกลับเองได้”

 

 

 

 

 

11:47 PM

 

หลังจากแจบอมบอกไปแบบนั้น แจ็คสันและแจบอมนั่งจ๋องกันอยู่ที่ป้ายรถบัสเกือบสิบนาที

ใครบางคนกำลังยู่ปากและเตรียมบ่น แต่ก็มีรถมาจอดที่ป้ายพอดี แจ็คสันชะงักไปนิดหน่อยที่เห็นว่าเก้าอี้นั่งเต็มแล้ว เขาเดินตามแจบอมไปยืนโหนที่จับตรงท้ายรถ

 

“ยืนดีๆ”

 

ยังไม่ทันเอื้อมมือไปจับ แจ็คสันโดนแจบอมเตือนตอนรถออกตัวแล้วเขาเซไปชนอีกคน เขาคว้าได้แขนแจบอมที่ยกขึ้นโหนราวอยู่

 

“ก็ยืนดีแล้วนี่ไง” ขอให้ได้เถียง

แจ็คสันว่าแล้วปล่อยมือจากแขนแจบอมจะไปจับราว แต่ก็ดันเป็นจังหวะเดียวกับที่รถเบรค

คราวนี้แจบอมคว้าเขาไว้แทนก่อนจะหน้าทิ่มกลิ้งไปกับพื้นรถ แจบอมถอนหายใจแรงๆให้แจ็คสันได้ยิน แล้วจับมือแจ็คสันให้จับที่แขนตัวเองแทน

 

“บุญไม่ถึงมั้ง”

 

แจบอมว่าที่แจ็คสันจับราวดีๆไม่ได้สักที แต่พออีกคนจะดึงมือตัวเองกลับ แจบอมก็รั้งเอาไว้ไม่ให้ทำ แจ็คสันเลยจิ๊ปากใส่ไปที

 

หลังจากนั้นเราต่างคนต่างก้มเล่นโทรศัพท์ด้วยมืออีกข้างที่ว่าง แจ็คสันไล่ตอบข้อความเพื่อนๆที่เพิ่งเจอกันและบางคนก็ส่งรูปที่ถ่ายด้วยกันมาให้

ส่วนแจบอม – เขาไล่ตอบเพื่อนถึงเหตุผลที่แจ็คสันมาโผล่ในงาน ไม่ใช่ทุกคนที่ถาม แค่บางคนที่สงสัยว่าเขาสนิทกับแจ็คสัน

 

“แจ็คสันหวัง”

 

เจ้าของชื่อนามสกุลเต็มนั้นเงยหน้ามองควับ “อะไร?”

 

“ตอบว่าไง” แจบอมเปิดหน้าแชทให้อีกคนดู แจ็คสันไล่สายตาอ่านแล้วก็เม้มปากคิด

 

เอาล่ะ วนกลับมาที่ประเด็นเดิม สับเซตและเซต

เขาถอดสูตรสมการง่ายๆนี่แล้วบอกแจบอม “มึงเป็นเพื่อนกู นั่นก็น่าจะเป็นคำตอบแล้วนะ”

 

แจ็คสันพูดอย่างที่คิด แต่แจบอมกลับไม่เห็นด้วย

 

“…จริงๆแล้ว กูไม่ใช่เพื่อนมึงนะ”

“อ้าว” ,เขาขมวดคิ้วมองอีกคน

“มึงเด็กกว่ากู 3 ปี เมื่อคืนมึงยังเรียกกูว่าพี่แจบอมเลย”

 

แจบอมพูดหน้านิ่ง แต่หน้าแจ็คสันตึงไปหมดแล้ว คนฟันกระต่ายงับปากตัวเองแล้วรีบใช้สมองเค้นว่าที่แจบอมพูดเป็นเรื่องจริง เขานึกย้อนไปมาอยู่สักพักจนได้คำตอบ

 

เหมือนจะเรียกทั้งคืนด้วย

 

อีกคนปล่อยให้แจ็คสันเป็นอยู่อย่างนั้นแล้วกลับมาพิมพ์ข้อความตอบเพื่อน

 

“กูตอบว่า ก็เป็นเพื่อนกัน นะ”

 

“เออ เป็นเพื่อน” เหมือนแจ็คสันจะตอบเร็วผิดปกติ เจ้าตัวพูดเสียงแข็งแล้วเปลี่ยนจากแขนแจบอมไปจับราวโหนและหันหน้าหนีไปอีกทาง แจบอมไม่ทันได้ท้วงอะไร เพื่อนที่เด็กกว่าก็เขยิบออกห่างจากเขาไปหนึ่งช่วงตัว

 

แต่ที่ดันหนีไม่พ้นคือปลายหูแดงๆข้างนั้น

 

 

 

“ตกลงไม่มีของขวัญจริงดิ”

 

แจบอมพูดเมื่อเราโหนรถกันมาได้สักพัก อีกฝ่ายขยับมาใกล้เขาตอนไหนไม่รู้ แต่ตอนนี้แจบอมแทบจะยืนเอาหัวเกยเขาอยู่แล้ว

 

“อือ ทวงจังเลยวะ”

“ก็มึงควรให้ป่ะ” แจบอมเถียง

“มึงแคร์หรอ?”

 

เกิดเป็นความเงียบขนาดใหญ่หล่นเข้ามาแทรก

แจบอมนิ่งไปเลยพอโดนแจ็คสันถาม เพื่อนที่ตัวเล็กกว่าทำหน้าขมวดคิ้วมองอีกฝ่าย ในใจคือต้องการที่จะรู้จริงๆว่าแจบอมแคร์กับของขวัญมากจริงหรอ เพราะหากเป็นอย่างนั้น เขาเองก็จะรู้สึกผิดนิดๆที่ไม่ได้เตรียมอะไรมาให้ ที่จริง ที่เขาไปปาร์ตี้วันเกิดนั่นก็เกินคาดแล้ว

เขาก็เพิ่งจะรู้ว่าแจบอมเป็นคนเซนซิทีฟเรื่องแบบนี้

 

แต่เปล่า, แจบอมไม่ได้อ่อนไหวอะไรขนาดนั้นถ้าจะไม่มีของขวัญ เขาค่อนข้างจะยังไงก็ได้ เพราะถ้าให้เขาก็จะยินดีรับ แต่ถ้าไม่ให้เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร …เขาก็ชะงักไปเหมือนกันที่แจ็คสันถามว่า เขาแคร์หรอ

แจบอมรู้ตัวเองดีที่สุดว่าเขาไม่ได้แคร์

แล้วที่จริงเขาก็ไม่ได้โกรธอะไร

 

“เฮ้ย ถ้างั้นเดี๋ยวกูหาของขวัญมาให้ มึงอย่าโกรธกูนะ กูขอโทษๆ”

 

แจ็คสันปล่อยมือจากราวโหนมาจับที่แขนของแจบอมแทน เขาเขย่ามันไปมาเมื่อแจบอมยังไม่ยอมมีทีท่าอะไรอย่าง ‘ไม่เป็นไร’ ออกมาสักนิด

 

“มึงอย่าเงียบดิ ก็กูไม่คิดว่ามึงจะโกรธอ่ะ”

“มึงแคร์หรอ?”

 

คำถามเดียวกันกับที่แจ็คสันเพิ่งถามไป ทั้งที่ก็รูปประโยคเหมือนกัน แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแปลกๆขึ้นมาซะอย่างนั้น

 

เหมือนๆว่าจะเป็นความรู้สึกน้อยใจ

 

“มึงเป็นเพื่อนกู กูก็ต้องแคร์ป่ะวะ”

 

แล้วอยู่ๆเขาก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีเข้าไปใหญ่เมื่อคิดว่าบางที …บางทีน่ะ แจบอมอาจนึกว่าเขาไม่ให้ความสำคัญกับตัวเองเท่าไหร่ …ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเพื่อนกันแบบแปลกๆ แต่ยังไงเราก็รู้จักและเป็นเพื่อนกัน เขาไม่อยากให้แจบอมคิดแบบนั้น

 

“อือ… กูขอโทษนะ”

“ไม่เป็นไรอ่ะ กูก็แค่แกล้งมึงเล่น”

 

“…..อะไรนะ”

 

เป็นช่วงเดียวกับที่มีคนลุกออกจากที่นั่ง แจบอมดึงให้เขาเข้าไปนั่งที่ด้านในแล้วถึงยัดตัวเองตามเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตัวนอก ไม่ได้สนใจใบหน้าของเขาที่ตึงแล้วตึงอีกใส่ตัวเอง

มันน่าข่วนหน้าสักที

แล้วเขาก็เอื้อมมือไปดันไอ้หน้าน่าหมั่นไส้นั่นเต็มแรงจนแจบอมหน้าหงายไปเลย ใจอยากกระโดดถีบขาคู่ไปเลยด้วยซ้ำ แต่ที่มันก็มีแค่นี้ เขาก็ทำได้แค่นี้

 

คนเขาหลงนึกเป็นห่วง นึกว่าน้อยใจที่ไม่ได้ของขวัญ บ้าบออะไรวะเนี่ย เอาไอ้ที่รู้สึกผิดตะกี้คืนมานะโว้ย

 

ระหว่างนึกอยู่ในใจแจบอมก็ฉวยโอกาสตอนเขาเผลอมาดันหัวเขากลับ และเหมือนจะแรงไป แจ็คสันหัวโขกกับกระจกรถดังโป๊ก

 

“โอ้ย!”

 

เกิดสงครามเล็กๆภายในรถ

 

เราดันกันไปมาเหมือนเด็กแย่งหุ่นยนต์ที่ชอบ ส่วนมากจะเป็นแจ็คสันเองมากกว่าที่สู้แรงอีกคนไม่ได้ เขาหัวโขกกระจกอยู่หลายรอบจนคนเริ่มหันมามอง กว่าจะยุติลงได้ก็เหนื่อยทั้งคู่ แจ็คสันหอบ ผมหน้าม้าฟุ้งกระจายลงมาปิดตาจนเกือบหมด พอแจบอมจะเอื้อมมาปัดให้ แจ็คสันก็ปัดมือแจบอมออกแล้วจัดการด้วยตัวเองเพราะกลัวถูกแกล้ง

หลังจากจ้องหน้ากันได้สักพัก ทั้งสองคนก็หลุดขำออกมาพร้อมกัน

 

ไร้สาระจริงๆเลย

 

ไม่มีใครพูดอะไร แต่บรรยากาศก็ไม่ได้เงียบสำหรับทั้งคู่ แจบอมเอนหลังทิ้งหัวไปด้านหลังตัวเอง หลับตาเหมือนคนเหนื่อยอ่อน แจ็คสันทำตามและพบว่าเราเสียพลังงานไปกับเรื่องไร้สาระมากพอควร

และพอถึงหอพัก แม้ว่าจะพ้นวันมาแล้วนิดหน่อย แจ็คสันก็บอกสุขสันต์วันเกิดอีกคนก่อนจะเดินขึ้นห้องตัวเองไป

 

 

 

 

 

1:28 AM

 

ก่อนนอนคืนนั้น ตอนที่พวกเขาล้มตัวลงบนเตียงและพร้อมหลับตา

มีเรื่องทำให้ต้องหลุดยิ้มออกมาและถึงแม้พวกเขาจะอยู่กันคนละที่ แต่เรื่องที่คิดก็เป็นเรื่องเดียวกัน

 

แต่ถึงอย่างนั้น แจ็คสันกลับเป็นคนเดียวที่เริ่มขมวดคิ้ว

 

 

 

 

 

 

 

to be continued

 

cut – chapter 4

chapter 00 | 01 |02 |03 | 04 | 05 | 06 | 07 | 08 | 09 | 10


 

Chapter 03 : RULE 3

Title : 10 Rules of being friends-with-benefits

Pairing : jaebum x jackson

Rate : PG-13

Genre : Slash, Angst, Smut

Tag #บีสัน10ข้อ

 

 

 

cover_10rules03-

 

Chapter 03

 

 

Rule 3: DO keep your relationship in the bedroom

 

 

เริ่มเข้าสู่เดือนใหม่

ลมหนาวเป็นสัญญาณทักทายโชยมาเบาๆแต่ทำให้สะท้านได้ เขากระชับเสื้อแจ็คเก็ตเข้ากับตัวแล้วรีบก้าวจ้ำๆออกจากหอตัวเองไปที่ตึกเรียน นิโคลัสเพิ่งโทรมาบอกว่าถึงแล้ว ไม่รู้มันจะรีบอะไรนักหนา ก็รู้อยู่ว่าการนัดประชุมไม่เคยมีเพื่อนมาก่อนเวลาอยู่แล้ว

แล้วพอไปถึง ก็อย่างที่คาดไว้ ยังไม่มีเพื่อนมาสักคน เห็นแต่นิโคลัสที่นั่งมุดหัวกับเสื้อคลุมคาร์ดิแกนอยู่ที่ใต้ตึก

 

“รีบนักหรอมึงอ่ะ กูต้องออกมาหามึงเนี่ย”

แจ็คสันส่งเสียงดังแล้วรีบงับปากตัวเอง เพราะอากาศหนาวทำให้ปากเขาแอบสั่น

“ก็กูดูเวลาผิดอ่ะ เลยออกมาก่อนตั้งชั่วโมงนึง” นิโคลัสเถียง

“นี่ ให้กูซื้อนาฬิกาให้เอาไหม? ทั้งข้อมือ ตั้งโต๊ะ ติดผนังเลย เอาไหม?”

เขาพูดอย่างหัวเสีย นึกถึงครั้งก่อนที่นิคทำพวกเขาสายเพราะนาฬิกาตาย ตอนนี้ยังมาดูเวลาผิดอีก เขาควรจะทำยังไงกับความเด๋อด๋าของเพื่อนคนนี้ดี

 

“มึงแค่ออกมาก่อนแปปเดียวเอง ไม่บ่นดิ”

นิโคลัสทำหน้ายู่ จากคำที่ว่าแค่ออกมาแปปเดียว ทำให้แจ็คสันอยากจะกระโดดขาคู่ใส่ให้เต็มแรง – หนึ่งชั่วโมงไม่เรียกว่าแปปเดียวโว้ย

 

แต่รู้ว่าเถียงไปก็เท่านั้น หลายปีที่รู้จักกันมา มันก็เป็นแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน เพราะงั้นแจ็คสันเลยแค่ทำท่าง้างมือจะตบใส่เพื่อน แค่นั้นนิคก็หัวหดหมดแล้ว มันรีบใช้คำพูดอ้อนๆพูดกับเขาแล้วดันหลังให้เดินขึ้นตึก

 

ข้างในห้องนี้อุ่นกว่า แค่นิดหน่อย แจ็คสันเดินไปหามุมนั่งกับพื้น แต่พอตัวไปถูกกับผนังห้องเย็นเฉียบก็รีบเด้งตัวออกมา  “ฮื้อออ หนาวโว้ยยยยย”

 

ความเย็นกับแจ็คสันเป็นของไม่ถูกกัน

เลยกลายเป็นเขาต้องกระเถิบก้นตัวเองให้ไปนั่งตรงกลางๆห้อง ถึงจะไม่ได้อุ่นแต่ก็ดีกว่าผนังเย็นๆนั่น แจ็คสันงอตัวกอดตัวเองจนแทบเป็นก้อนกลมๆ

 

“มึงนี่ขี้หนาวจริงๆเลย”

 

แจ็คสันตวัดตาขึ้นมองไอ้ตัวต้นเหตุที่ให้เขาต้องออกมาเจออากาศเย็นเร็วขึ้นแล้วอยากจะบีบคอมันเขย่าๆอย่างโกรธแค้น

 

“มานั่งข้างกูเลยนิค”  เขาเอื้อมมือไปดึงแขนเพื่อนให้ลงมานั่ง ก่อนจะเบียดตัวเองเข้าไปนั่งซ้อนหลังมันแล้วดึงปลายเสื้อคลุมของเพื่อนมาคลุมหัว ลักษณะตอนนี้คล้ายๆว่าแจ็คสันเป็นลูกโคอะล่าที่กำลังเกาะหลังแม่

นิโคลัสหลุดขำ แล้วก็ได้ฝ่ามือตบเข้าที่หลังตัวเองแรงๆหนึ่งที

 

เขาสองคนนั่งอยู่อย่างนั้นจนเพื่อนคนอื่นเริ่มทยอยมากันแล้ว ส่วนมากบ่นเป็นเสียงเดียวว่าหนาวจนขี้เกียจมาประชุม แจ็คสันเห็นด้วยจนแทบอยากหนีกลับห้อง อี้หยุ่น – อีกชื่อคือแอมเบอร์ เพื่อนร่วมคณะคนละเอก ยื่นเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองให้แจ็คสันสวมทับอีกชั้นอย่างเห็นใจ

 

“เฮ้ย มึงใส่เหอะ เดี๋ยวมึงหนาว”

“เหอะนะ กูเห็นมึงละกูหนาวแทน”

 

ในเมื่อเพื่อนว่าอย่างนั้น แจ็คสันก็ยิ้มยิงฟันให้แล้วเอาเสื้อตัวหนาสีน้ำเงินเข้มของเพื่อนมาสวมทับ แต่ยังคงอิงแอบติดกับหลังนิโคลัสไม่ห่าง

อีริคส่งข้อความมาว่าจะมาช้า เขาตอบมันไปว่า ดีที่มันไม่อยู่หอเขา ไม่งั้นก็โดนนิโคลัสลากมาก่อนแน่นอน เสร็จแล้วแจ็คสันก็จิ้มเข้านั่นออกนี่ในโทรศัพท์ไปเรื่อย เขาเลื่อนข้อความดู เห็นชื่อของแจบอมแล้วก็เลยกดเข้าไป

 

‘มึง มาประชุมป่ะ?’

 

แจบอมไม่ได้อ่านข้อความทันที เขานั่งเล่นอีกสักพักก็ชวนนิโคลัสคุย

 

“ร้านกาแฟเปิดยังวะ?”

“นี่กี่โมงแล้วอ่ะ”

“9โมงกว่า”

“เปิดแล้วมั้ง จะไปไหมล่ะ?”

“ไป”

 

ตกลงกันเสร็จสรรพเขาก็เดินเกาะแขนนิโคลัสลงมาข้างล่างตึก ร้านกาแฟที่ว่าอยู่ถัดไปอีกไม่มาก แจ็คสันอยากได้อะไรอุ่นๆ ก่อนจะหนาวตาย

 

พอผลักประตูร้านเข้าไป เขาก็เห็นแผ่นหลังคุ้นตายืนสั่งเมนูอยู่ตรงเคาน์เตอร์

 

“อ้าว มึง” เขาทัก

 

ใช่, แจบอม

มันแต่งตัวเต็มยศ สวมแจ็คเก็ตสีดำทับชุดนักศึกษา และเซ็ทผม

 

น่าหมั่นไส้อีกแล้ว

 

“แจบอม มึงแต่งเต็มไปไหนเนี่ย?”

 

นิโคลัสถามแทนเขาไปแล้ว แจ็คสันลอบมองอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้า มันเนี๊ยบไปหมดตั้งแต่ผมยันรองเท้าที่ใส่ ที่สำคัญมีการแต่งหน้าบางๆให้ดูเท่ขึ้นด้วย

 

โว้ย

 

“กูมาช่วยเพื่อนถ่ายงาน”

“หือ? ใช่งานของจินยองป่ะ?”

“อือ แต่งตั้งแต่เช้าละ”

 

เขาฟังนิคกับแจบอมตอบถามกัน คงเป็นงานถ่ายหนัง ไม่ก็ถ่ายแบบ เพราะจินยองอยู่คณะนิเทศฯ คงให้แจบอมมาช่วยแสดงหรือมาเป็นแบบให้

 

“หล่อจังเลยวุ้ย”

นิโคลัสยู่ปากหลังชมอีกคนไป คงรู้สึกหมั่นไส้เหมือนๆกับเขา …หรือเปล่า ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆคือแจ็คสันหมั่นไส้

ยิ่งคูณสิบเข้าไปตอนแจบอมหันมายิ้มให้เขา

 

“เอาเสื้อกูอีกตัวไหม?”

 

มันยิ้มขำตอนมองที่เสื้อที่เขาสวมอยู่ แจ็คเก็ตยีนส์ทับด้วยบอมเบอร์สีน้ำเงินของแอมเบอร์ คือมันหนาว มันอาจจะดูเว่อร์ไปในที เมื่อแต่ละคนใส่กันแค่ชั้นเดียว แต่แจ็คสันหนาว เขาไม่แคร์!

 

“ถ้าไม่หนาวมึงก็ถอดมาดิ”

แจ็คสันปล่อยแขนนิโคลัสแล้วเดินไปดึงเสื้อบนตัวอีกคนอย่างง้องแง้ง “ถอดมา”

 

“มีตั้งสองตัวยังจะมาเอาของกูอีก”

“ก็มึงถามอ่ะ”

“นิค เพื่อนมึง” แจบอมพอขี้เกียจเถียงก็หันไปเรียกนิโคลัส แต่อีกฝ่ายส่ายหน้าแล้วเดินหลบไปสั่งเครื่องดื่ม

“ไม่ เพื่อนมึงอ่ะ” นิโคลัสปฏิเสธ

“กูเพื่อนมึงนะนิโคลัส!”

 

พอโดนเพื่อนพูดแบบนั้นแจ็คสันก็ทิ้งเสื้อแจบอมแล้วพุ่งไปเกาะนิคแทน เขาส่งเสียงแห่งความเสียใจออกมาแล้วเขย่าตัวเพื่อนจนแทบจะเป็นนิคเฟรปเป้

 

เล่นกันพอขำๆเสร็จเขาก็ฝากเพื่อนสั่งเมนูของตัวเองแล้วหมุนตัวจะไปหาที่นั่ง เขาก็เห็นแจบอมนั่งไขว้ขาอยู่โต๊ะใกล้ๆ – ด้วยมาดแบบนั้น แต่งตัวแบบนั้น บวกหน้าตาและสถานที่ แจบอมดูเป็นพระเอกซีรี่ย์มากกว่าตอนไหนๆ

 

อยากข่วนหน้า

 

เขาจะเดินไปนั่งโต๊ะเดียวกับอีกคน แต่คิดขึ้นมาได้ว่า จะแปลกหรือเปล่าถ้าเขาไปนั่งกับแจบอม เพราะปกติแล้วเวลาอยู่นอกห้อง แจ็คสันกับแจบอมคือเพื่อนที่อยู่ร่วมคลาสกันเท่านั้น ไม่เคยมีอีเว้นท์พบปะระหว่างกันมาก่อน แต่ขณะเดียวกัน… แล้วถ้าเขาไม่นั่งกับแจบอม เลี่ยงไปนั่งโต๊ะอื่น จะยิ่งดูแปลกไหม

เพราะโดยปกติ แจ็คสันเป็นมิตรกับคนทั่วโลก และปกติแจ็คสันสามารถนั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนได้

ระหว่างครุ่นคิด นิโคลัสยืนรอเครื่องดื่ม แจบอมก็เลิกคิ้วมาให้เขา

 

เขาเบนปลายเท้าไปทางแจบอม

แล้วเลยไปนั่งอีกโต๊ะใกล้ๆกันแทน

 

อืม, ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าเขาจะนั่งกับแจบอม แต่เขาว่าจะแปลกน้อยกว่า ถ้าไม่

อีกอย่าง นิโคลัสไม่ใช่อีริค ที่จะจับสังเกตแล้วสงสัยไปเรื่อย คิดแบบนั้นเขาก็นั่งเท้าคางรอเพื่อนจ่ายเงิน

ร้านอุ่นๆกับกลิ่นหอมๆทำเขาอยากหมกอยู่ในนี้ทั้งวัน

 

“ได้แล้วมึง”

 

นิโคลัสกลับมาพร้อมยื่นช็อคโกแลตร้อนให้ เขานี่แทบเอามากอดแนบอก นิคบอกให้กลับห้องแต่เขาไม่อยากฝ่าลมเย็นๆเดินกลับไป พอมันทำท่าจะลากเขา แจ็คสันก็กางแขนกอดโต๊ะกาแฟเอาไว้  เห็นแบบนั้น นิโคลัสถอนหายใจและเท้าเอว เพื่อนเขาบทจะดื้อก็แสนดื้อ ก็ไม่อยากขัดใจ แต่ก็ไม่อยากให้คนที่ห้องประชุมรอเพราะจะได้เวลาแล้ว

 

“ขึ้นรถกูไปไหมล่ะ”

 

แล้วจู่ๆแจบอมก็หันมาพูด ทั้งคนที่ฟุบหน้ากับคนที่ยืนเท้าเอวอยู่หันควับเกือบพร้อมกัน

 

“กูขับมาจากตึกจินยองมัน ติดรถกูไป จอดอยู่หน้าร้าน”

 

ไม่ต้องคิดให้มาก อากาศหนาวของแจ็คสันบวกความขี้เกียจเดินของนิโคลัส ทั้งสองพยักหน้าหยึกๆแล้วยิ้มแป้นออกมา

 

 

 

 

 

บนรถ ระหว่างออกจากร้านไปที่ตึก แจ็คสันลอบสังเกตภายในรถของอีกฝ่าย

 

ก็ดูเป็นแจบอมดี

ของวางเป็นระเบียบ โทนสีดำไม่ก็กรม ขาวบ้างและเทาบ้าง มีเสื้อผ้าพาดอยู่บนเบาะหลังประมาณชุดสองชุด กับท้ายรถมีของวางอยู่ในกล่องสองกล่อง และสะอาด  แจ็คสันนั่งเบาะหลังซุกซนไปมา สุดท้ายก็มาเกาะเบาะนิโคลัสที่นั่งหน้า แล้วโผล่หัวยื่นออกไปตรงระหว่างที่นั่งคนขับ

 

“ซนนะมึง” แจบอมหันมาว่า

 

เป็นระยะทางสั้นๆ แต่แจ็คสันก็ขยับตัวไปเยอะ เขายิ้มแปร้หลังโดนแจบอมว่า นิคหัวเราะ แจบอมด้วย  พอถึงที่หมาย เขากับนิคก็ลงจากรถและกล่าวขอบคุณ แจบอมบอกทิ้งไว้ว่าถ้าถ่ายงานเสร็จเร็วอาจจะเข้าประชุม แล้วก็ออกรถไป เขาสองคนจึงพากันขึ้นตึก

 

 

 

 

 

เป็นการประชุมเรื่องค่ายที่จะจัดในอีกสองสัปดาห์ ก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่มาดูความคืบหน้ากับคุยเรื่องปัญหาต่างๆเพื่อแก้ไขกัน ระหว่างการประชุม แจบอมก็โผล่มาด้วยสภาพเหมือนกับตอนเช้า คือเต็มยศ

มีเสียงกรีดร้องและโห่ร้องดังพร้อมๆกัน

 

แจบอมแค่พงกหัวยิ้มน้อยๆ อีกฝ่ายมองไปทั่วห้องก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งข้างๆเขากับนิโคลัส แจ็คสันด้วยความตกใจเลยกระเถิบตัวหนี เขาทำตาโตตอนที่แจบอมมองหน้าเขา แล้วเขาก็แกล้งทำเป็นไม่มีอะไรด้วยการฉีกยิ้มจนตาหยี – ซึ่งไม่น่าจะเนียนพอ แล้วถึงค่อยๆขยับตัวกลับมาที่เดิม

 

การประชุมดำเนินต่อ แจ็คสันยกมือพูดแทบทุกครั้งที่มีคำถามปลายเปิดโผล่ขึ้นมา เจ้าตัวส่งเสียงเจื้อยแจ้วตลอดการประชุม ทั้งมีสาระและไม่มีสาระบ้าง แล้วก็ทำให้เพื่อนๆขำกัน

และคงจะขำเกินเหตุ

แจ็คสันหัวเราะเสียงสูงตอนทิ้งตัวใส่คนข้างๆทั้งตัวแล้วฟุบหน้าลงไปกับไหล่ ที่จริงแจ็คสันคิดว่าเป็นนิค แต่พอจับเสื้ออีกคนแล้วมันไม่ใช่คาร์ดิแกนนิ่มๆอย่างที่ควรจะเป็น เขาก็รีบดึงหน้าตัวเองออกมา

 

ชิบหาย…

 

แจบอมมองเขาอยู่ด้วยรอยยิ้มแปลกๆ และมันก็ยิ่งสาหัสเข้าไปอีกตอนที่มีเพื่อนพูดแซวขึ้นมา

 

“ไงล่ะมึง ตลกจนซบผิด”

 

และด้วยความไร้สติ แจ็คสันขำออกมาแล้วฟุบหน้าลงเหมือนเดิมหนีความอาย เขาตบๆเข้ากับต้นแขนแจบอมอย่างรัว นั่นเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนกันไปอีก

แจ็คสันได้แต่ร้อง ฮื้ออออ อยู่ในใจ ก่อนจะหนีมาเกาะแขนนิโคลัสที่นั่งอยู่อีกข้างแทน มันขำแต่ก็ยกมือมาลูบหัวเขาเบาๆ

 

ประเด็นกลับมาที่การประชุมต่อ แจ็คสันสลดไปได้แค่สักพักเท่านั้นแหละ ก็กลับมาพูดมากเหมือนเดิม เจ้าตัวยุกยิกไปมาเดี๋ยวก็ชนนิโคลัสบ้าง โดนแจบอมบ้าง จนสุดท้ายแจบอมก็เอื้อมมือไปกดไหล่แจ็คสันให้นั่งนิ่งๆ

 

“ซนจังมึงอ่ะ”

 

เป็นคำที่แจ็คสันถูกว่าเป็นครั้งที่สอง

คนซนที่แจบอมว่าเบะปากออกมาอย่างไม่ยอม แต่เสียงของเพื่อนที่เป็นหัวหน้าการประชุมก็พูดขึ้นมาก่อน

 

“เออ จับมันไว้แจบอม อย่าปล่อยมันนะ”

 

คนถูกรับมอบหมายหันไปยักคิ้วรับคำเพื่อน แจบอมจับไหล่เขาไม่ปล่อยจริงๆ แจ็คสันก็ได้แต่เบะปากอยู่อย่างนั้นเพราะไม่มีเพื่อนช่วยเขาเลย นั่นหมายถึงรวมนิโคลัสที่นั่งยิ้มขำอยู่ข้างๆ

 

 

 

 

 

ประมาณสองชั่วโมง หลังได้บทสรุปของการประชุม ทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ เขาถอดแจ็คเก็ตคืนแอมเบอร์ที่ไม่มีทีว่าหนาวเลยตอนประชุม  ส่วนอีริคที่ตอนแรกบอกว่าจะมาก็ยังไม่โผล่หัวมาให้เห็น พอโทรไปถาม มันว่ายังไม่เสร็จธุระเลยไม่ได้มา ในห้องมีบางกลุ่มที่ยังคงนั่งอยู่และจับกลุ่มคุย

 

“เมื่อยจังเลย”

ด้วยเพราะนั่งเป็นเวลานาน เขาบิดขี้เกียจพร้อมกับบ่น

แจ็คสันนั่งขัดสมาธิแล้วโน้มตัวลงไปยืดแขนแนบกับพื้น นั่นทำให้แจ็คเก็ตยีนส์ที่เขาใส่อยู่เลิกขึ้นมาตาม และมันก็รั้งเสื้อตัวข้างในตามไปด้วย  แผ่นหลังขาวกับขอบกางเกงชั้นในปรากฏให้เห็นเต็มตา

นิโคลัสกำลังจะอ้าปากบอกเพื่อนว่าเสื้อมันเปิด แต่ช้าไปหน่อย – ที่แจบอมเอื้อมมือมาดึงเสื้อลงให้แล้ว

นิคเงียบปากฉับ มองดูแจบอมที่วางมืออยู่ตรงขอบกางเกงของเพื่อนตัวเอง และเพื่อนตัวเองที่ลุกขึ้นมาหันไปมองแจบอมอย่างสงสัย

 

ไม่ใช่แค่แจ็คสันสงสัย นิโคลัสก็ด้วย

เขาสงสัยว่าสองคนนี้ไปสนิทกันตอนไหน

 

แล้วคำตอบทั้งหมดก็จบลงที่เขานึกขึ้นมาได้ ว่าแจ็คสันเป็นมิตรกับคนทั่วโลก

 

 

 

 

 

หลังจากลงมาจากห้องประชุมแล้วและแยกย้ายกับแจบอมไป เขาขอติดรถนิโคลัสไปซื้อของที่ย่านช้อปปิ้งซึ่งอยู่ไม่ไกล ทีแรกอีกฝ่ายถามว่าจะให้อยู่เป็นเพื่อนด้วยไหม แต่เขาก็ปฏิเสธไปเพราะกะมาเดินดูของเรื่อยเปื่อยคนเดียว นิโคลัสพอส่งเขาก็เลยแยกกลับไปอีกคน

 

ตอนนี้ พอเหลือแค่แจ็คเก็ตยีนส์ของตัวเองตัวเดียว แจ็คสันเลยต้องเดินหนีบๆซุกมือเข้ากระเป๋า เขาเดินฉิวผ่านร้านเครื่องดื่มทุกร้านเพียงเพราะตัดใจแล้วว่าถ้าซื้อมาถือ ต้องช้อปปิ้งไม่สะดวกแน่ๆ

 

ผ่านไปได้สักพัก เขากำลังเดินดูเสื้อผ้าอยู่ตอนที่แจบอมส่งข้อความมา

 

‘อยู่ไหน’

 

‘ย่านA ห้างB’ เขาแขวนเสื้อผ้ากลับราวแล้วพิมพ์ตอบ พนักงานของร้านที่ก่อนหน้านี้เขาบอกให้ช่วยเช็คว่ามีไซส์ไหมเดินกลับมาพอดีเขาจึงเก็บโทรศัพท์ลง

หลังจ่ายเงินเขาถึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความตอบ

 

‘กูอยู่ที่เดียวกับมึง’

‘มาทำไร’  แจ็คสันหิ้วถุงช้อปปิ้งเดินไปที่คนน้อยๆแล้วพิมพ์

‘แดกข้าว เสร็จแล้ว มึงอยู่ไหน’

‘ชั้น3 มึงอ่ะ’

‘อยู่คนเดียวป่ะ’

‘อือ’

 

แจบอมไม่ได้ตอบเป็นข้อความแต่โทรมาเป็นสายเรียกเข้าเลย แจ็คสันตกใจจนเกือบทำมือถือล่วง เขารีบย้ายถุงทั้งหมดจากมือขวาไปอีกมือเพื่อรับโทรศัพท์

 

“อะไร?”

‘มึงอยู่ตรงไหนของชั้น 3’

“หน้าร้านเสื้อผ้า ตรงข้ามกับร้านกาแฟ”  แจ็คสันตอบไปด้วยและงงไปด้วย

‘เดี๋ยวกูลงไปหา’

 

อีกคนบอกเขาแค่นั้น แล้วแจ็คสันก็ต้องอ้าปากพะงาบๆเพราะพูดไม่ทันก่อนอีกคนจะวางสาย เขามองชื่อแจบอมในโทรศัพท์แล้วย่นจมูกใส่ ทำไมถึงได้เอาแต่ใจนัก

 

แล้วใครบอกให้ลงมาหา เขาไม่ได้อยากเจอนะ

 

แจ็คสันยืนจ๋องอยู่ที่เดิมจนกระทั่งเจ้าคนเอาแต่ใจโผล่มา และ พระเจ้า… มันยังอยู่ในสภาพเดิม

 

แจบอมที่ปกติก็ดูดีจะแย่ ตอนนี้ยิ่งดูดีไปอีก มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอีกข้างเดินถือโทรศัพท์ มีคนที่เดินสวนไปมาบางคนเหลียวมองแจบอมซ้ำ แน่ล่ะ คงยากไปหน่อยที่จะไม่มอง แต่อีกคนดูไม่สนใจ สายตาสอดส่องไปทั่วคงเพราะกำลังมองหาเขา พอคิดแบบนั้น แจ็คสันหมุนตัวหันหลังแล้วปิดตาปี๋

 

ไม่อยากอยู่ตรงนี้เลย ไม่อยากอยู่แล้ว

ขอให้แจบอมไม่เห็นเขาได้ไหม

 

แต่การที่แจ็คสันคิดว่าการหลับตาแน่นๆแล้วแจบอมจะมองไม่เห็นเขา ดูเป็นการหลอกตัวเองไปนิด แจบอมที่เห็นแจ็คสันทำแบบนั้นก็ยืนมองอย่างไม่เข้าใจ จนต้องเดินเข้ามาใกล้แล้วยกมือมาสะกิด

 

“มึง”

 

หมดกัน.. คำขอแจ็คสันไม่เป็นผล

เขายอมหันกลับมาแล้วเงยมองหน้าอีกคน …ที่ดูดีเหลือเกินอย่างจำยอม พร้อมยกยิ้มฝืดๆ

 

“ทำบ้าอะไรอยู่” แจบอมขมวดคิ้วมองเขา อยากจับหัวมันโขกแรงๆที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

 

“เปล่า.. แล้วมึงมาหากูทำไม”  แจ็คสันเปลี่ยนเรื่อง แจบอมก็ว่าตาม

 

“กูว่าง”

“มึงว่างมึงไม่กลับห้องล่ะ”

“อยู่ห้องก็ว่าง เบื่อ”

 

เป็นแจ็คสันบ้างที่ขมวดคิ้ว ตกลงแล้ว มาร์คยังเป็นรูมเมทแจบอมอยู่ไหม ทำไมมันทำเหมือนห้องเป็นห้องเปล่าๆไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆเลยวะ

 

“แล้วมึงซื้อเสื้อผ้าอยู่หรอ?”

 

แจบอมก้มมองถุงในมือแล้วถาม

เขาพยักหน้าตอบ และคิดว่าถ้าแจบอมจะขอเดินด้วย เขาอาจจะปฏิเสธ

เพราะเขาไม่แน่ใจเท่าไหร่ ว่านี่มันอยู่ในข้อตกลงหรือเปล่า ที่ว่าเรื่องระหว่างเราจะมีแค่ในห้องนอนเท่านั้น  …เขาก็ลืมถามตอนนั้น ว่าไอ้คำว่า ‘เรื่องระหว่างเรา’ มันครอบคลุมไปถึงอะไรบ้าง

 

ระหว่างคิดเขาเผลอกัดปาก พอดีกับตอนที่แจบอมพูดกับเขาแล้วเขาเงยขึ้นมองอีกคน

 

“กูก็ว่าจะซื้อเสื้อโค้ทอยู่ แยกกันเลยก็ได้”

 

อีกคนว่า ไม่มีทีท่าว่าจะขอไปกับเขา

เห็นแบบนั้นเขาค่อยๆปล่อยปากตัวเองแล้วทำหน้าคิด แจบอมก็ยืนมอง พร้อมกับสงสัยว่าทำไมแจ็คสันดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

 

“กูก็จะซื้ออ่ะ”

“อือ?”

“งั้นกูไปด้วยนะ”

 

ตากลมแป๋วที่มาพร้อมคำขอทำเอาแจบอมหยุดชะงักไปชั่วครู่  ในหัวเขากำลังคิดเรื่องข้อตกลงเหมือนกันกับที่แจ็คสันเพิ่งคิดไป

 

แน่นอนว่าเราไม่ได้เดทหรือกำลังดูใจกัน แต่พอคิดในแง่ว่าเราก็เป็นเพื่อนกัน เพื่อนเดินซื้อของด้วยกัน ก็ไม่น่าจะแปลกอะไร – แจบอมบอกตกลง

 

 

 

 

 

แจ็คสันเดินอยู่ข้างกายเขาแล้วพูดจ้อไปเรื่อย เขาก็ได้แต่มองปากแดงนั่นขยับไป พออีกคนหันมาเขาก็ส่งเสียงตอบรับให้รู้ว่ากำลังฟังอยู่

และดูเหมือนจมูกแจ็คสันจะแดงขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเขาเลยถอดแจ็คเก็ตตัวเองให้อีกคน

เจ้าคนขี้หนาวมองเขา ทำทีจะไม่รับเสื้อจากเขาในทีแรก

 

“กูสงสาร”  เขาบอกแค่นั้นแล้ววางเสื้อแหมะลงไปบนหัวกลมนั่น แจ็คสันยู่ปากใส่หลังเขาเพราะคงคิดว่าเขาไม่เห็น พอแกล้งหันไป เจ้าตัวก็รีบหยิบเสื้อมาสวม

 

ที่จริงแล้วเราก็ไม่ได้เดินหนุงหนิงอะไรกัน พอเข้าร้านไปก็ต่างคนต่างเดิน แจ็คสันเดินมาถามความเห็นจากเขาบ้างเรื่องเสื้อในมือซ้ายกับขวา ทั้งหมดมีแค่นั้น แต่ถ้าหากให้มองอีกอย่าง คือเสื้อเกือบทั้งหมดในถุงของแจ็คสันที่ซื้อมา แจบอมเป็นคนเลือก

 

แล้วเมื่อคิดอย่างนั้น แจบอมก็กระตุกยิ้ม

 

เขาทบทวนกฎกติกาอยู่ในหัวตัวเองแล้วได้แต่ปล่อยผ่านมันไป

 

 

 

 

 

 

to be continued

 

 

chapter 00 | 01 |02 |03 | 04 | 05 | 06 | 07 | 08 | 09 | 10


 

Chapter 02 : RULE 2

Title : 10 Rules of being friends-with-benefits

Pairing : jaebum x jackson

Rate : PG-13

Genre : Slash, Angst, Smut

Tag #บีสัน10ข้อ

 

 

cover_10rules02

 

 

Chapter 02

 

 

 

Rule 2: DON’T think sex is required.

 

 

หลังจบคลาสเรียนช่วงเช้า อลิซ-เพื่อนจากแคลิฟอร์เนีย ออกปากชวนให้ไปกินอาหารกลางวันที่ร้านเปิดใหม่สไตล์อิตาลี ที่อยู่ถัดจากมหาลัยไปไม่กี่ช่วงถนน เป็นการง่ายที่แจ็คสันกับอีริคจะตอบตกลง เขาสองคนมีรสนิยมการกินอาหารเหมือนๆกัน และเมื่อเป็นแบบนั้นนิโคลัสจึงว่าตาม

พวกเขากับอลิซ และเพื่อนอลิซอีกหนึ่งคนไปที่ร้านด้วยกัน อาหารถือว่าอร่อย แล้วมันก็พลาดไม่ได้ที่จะสั่งของหวานต่อ เขาเปิดเมนู แล้วหันไปถามนิโคลัสที่นั่งข้างๆกัน

 

“มึง กี่โมงแล้ววะ”

นิคยกนาฬิกาตรงข้อมือขึ้นมาดู “เที่ยงครึ่งเองมึง อีกตั้งชั่วโมง”

 

คลาสบ่ายพวกเขามีเรียนตอนบ่ายโมงครึ่ง ได้ยินอย่างนั้นแจ็คสันก็สบายใจแล้วสั่งขนมมาทานต่อ

อลิซบอกว่าชอบร้านนี้มาก ก็เลยนึกถึงแจ็คสัน อยากจะชวนให้มาทานด้วยกันเพราะรู้ว่าเขาชอบ แจ็คสันยิ้มแป้นแล้วบอกว่าเขาชอบมากเหมือนกัน วันหลังจะมาบ่อยๆ

 

“คิดเงินเลยไหม? จะได้ไม่เข้าเรียนสายกัน”

 

เขาถามเพื่อนผู้หญิงทั้งสอง ก่อนจะโบกมือเรียกพนักงานให้เช็คบิล ยอนอา, เพื่อนอลิซบอกว่าไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเข้าเรียนไหมเพราะจะไปทำธุระ เธอบอกแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะขมวดคิ้ว

 

“เฮ้ย!”

“อะไรยอนอา?”

“นี่บ่ายครึ่งแล้วนะ”

“ห้ะ!” ทุกคนตกใจ แล้วนิโคลัสก็แทรกขึ้นมา

“เมื่อกี้เราดูยังไม่บ่ายโมงเลยนะ”

 

มันยกโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดดูเวลา “เฮ้ย! บ่ายครึ่งจริงด้วยอ่ะ” แล้วยกนาฬิกาข้อมือมาดูซ้ำ “อ้าวมึง! นาฬิกากูตาย!”

 

แจ็คสันตบหน้าผากตัวเองดังแป๊ะเมื่อเจอกับความเด๋อด๋าของเพื่อน

 

“เชี่ย กูโดนเช็คสายไม่ได้นะ โดนอีกทีกูโดนนับขาดแล้วอ่ะ” เป็นคำบอกเล่าจากอีริค

 

อีริคเร่งทุกคนให้เก็บของแล้วหยิบเงินวางบนโต๊ะ บอกว่าค่อยให้มาจ่ายตัวเองกันทีหลัง ให้รีบไปขึ้นรถกันก่อน นิโคลัสแทบจะวิ่งพุ่งขึ้นไปนั่งเบาะคนขับไม่ทันเพื่อน พวกเขาส่งยอนอาที่หน้ามหาลัย และทันทีที่จอดรถเสร็จ อีริคก็แทบจะอุ้มทุกคนแล้ววิ่งเข้าตึก มันวิ่งนำทุกคนแล้วแหกปากเร่งให้พวกเขาวิ่งตามเร็วๆ

 

เป็นเวลาบ่ายโมงสี่สิบเจ็ดนาที

คลาสนี้ให้สายไม่เกิน15นาที และหลัง40นาทีคือเช็คว่าขาดเรียน

…อีริคแทบปากระเป๋าทิ้ง

เป็นสองนาทีที่เขากับนิโคลัสถูกเช็คสาย แต่อีริคที่สายเกิน2ครั้งแล้วถูกเช็คขาด มันบอกว่า ถ้ารู้อย่างนี้กูจะเหาะมาเลย วิ่งก็ไม่ทัน  อลิซเถียง ว่าวิ่งเร็วกว่านี้เธอจะหอบตายก่อน

 

แจ็คสันนั่งพัดให้ตัวเองเงียบๆ มีเสียงหอบของเพื่อนประกอบอยู่ใกล้ๆ และพอเขาปรับลมหายใจได้ ก็มีเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น

 

‘ทำไมสาย’

 

จากแจบอม เขาหันหาเจ้าของข้อความที่น่าจะอยู่ห้องนี้แล้วก็เจอว่าหมอนั่นนั่งชิดกำแพงอยู่อีกฝั่ง แจบอมเป็นพวกเปลี่ยนที่นั่งไปเรื่อยเพราะเจ้าตัวไม่ได้นั่งกับใคร เขาก้มพิมพ์ตอบกลับ

 

‘ไปกินข้าวมา’

 

หลังส่งไปเขาเห็นแจบอมเงยหน้ามามองเขาแล้วเก็บโทรศัพท์ลง แจ็คสันก็ทำตาม นิโคลัสโน้มมาซบไหล่เขา และยังไม่หายเหนื่อยจนผ่านไปเกือบห้านาที เขาปล่อยให้เพื่อนพักบนไหล่ตัวเอง

 

 

 

 

 

‘เย็นนี้ว่างป่ะ’

 

แจบอมส่งข้อความมาอีก เขาเหลือบดูนิคที่ซบเขา เห็นว่าเพื่อนกำลังหลับตาเขาจึงพิมพ์ตอบกลับแจบอมไป

 

‘ว่าง แต่ไม่ไป’

‘ทำไมวะ’

‘เหนื่อย’

 

เขากำลังจะพิมพ์ต่อว่า ‘เมื่อวานก็เจอกันแล้ว’ แต่นิคลุกออกจากไหล่เขาพอดี เขาเลยกดตอบไปแค่นั้นแล้วเก็บโทรศัพท์ และก็ไม่มีข้อความจากแจบอมต่ออีก

 

ส่วนแจบอมก็ต้องทนอยู่กับความขัดใจของตัวเองให้ได้

เขาไม่ชอบที่ตัวเองอยู่ไม่ค่อยสุขพอมองไปที่ปากแดงจัดของแจ็คสัน อีกคนคงเหนื่อยมาก ใบหน้าถึงได้ขึ้นสีขนาดนั้น แล้วมันก็หงุดหงิดที่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรแย่ๆอยู่ในหัว เขาต้องแบ่งสมาธิไปอยู่กับการเรียนให้ได้ ไม่งั้นเขาอาจจะไม่หยุดฟุ้งซ่าน

 

เกือบครึ่งของคลาสเรียน เพื่อนที่นั่งข้างๆกันเห็นแจบอมสั่นขาตลอดเวลา

 

 

 

 

 

หลังเลิกเรียน

แจ็คสันเพิ่งเห็นว่าแจบอมมีส่งมาอีกข้อความ

 

‘งั้นกูไปคลับแล้วกัน’

เขาจึงตอบไปว่า ‘เออ ไปเหอะ’

 

ทีแรกพวกเขาสามคน อีริคกับนิโคลัส ตั้งใจว่าจะไปเดินห้างกัน แต่นึกขึ้นได้ว่ามีงานต้องส่งในวันพรุ่งนี้ พวกเขาเลยต้องล้มเลิกไปก่อนแล้วแยกย้ายกลับ

 

นิคไปแล้ว แต่อีริคยังยืนรั้งเขาไว้อยู่

 

“มีไรป่ะมึง” เขาถาม

“เออ เดี๋ยวถึงห้องแล้วกูโทรหา ทำตัวว่างๆไว้นะ”

 

อีริคเลี่ยงตอบเขาแล้วบอกอย่างนั้น

เขาก็ไม่อยากเซ้าซี้อะไรเลยตกลงแล้วถึงได้แยกย้ายกันจริงๆ

 

 

 

 

 

ประมาณหกโมงอีริคก็โทรมา

เขากำลังกดเซฟงานพอดี พอเห็นสายเรียกเข้าเขาก็คว้าไปกดรับแล้วเดินไปล้มตัวบนเตียงนอน

 

“ว่าไงมึง”

‘เออมึง…’  เสียงอีกคนฟังดูไม่ปกติเท่าไหร่

 

เขาปล่อยให้เพื่อนเงียบอยู่แบบนั้นเพื่อรอให้มันพร้อมจะพูด

แจ็คสันม้วนนิ้วกับผมหน้าม้าที่เริ่มจะยาวของตัวเองเล่น

 

‘มึงทำไรอยู่วะ’

“มึงคงไม่โทรมาถามกูแค่นี้ใช่มะ?”

‘…มึงใจเย็นดิ’

 

เขาได้ยินเหมือนเสียงอีริคจิ๊ปากใส่เขา

 

‘กูแค่สงสัย…’

“เรื่อง?”

‘มึงจำเด็กรัฐศาสตร์ที่กูเคยบอกได้ไหม’  

แจ็คสันมองขึ้นเพดานแล้วใช้ความคิดนึกถึงคนที่อีริคว่า

“เออ จำได้ ที่หมวยๆหน่อย ทำไมอ่ะ?”

‘เขาขอนอนกับกู’

“ห้ะ?” แจ็คสันหยุดนิ้วที่เล่นผมตัวเองทันที

“ไม่ใช่มึงขอเขานะ?”

‘เปล่า มึงฟังถูกแล้ว เขา ขอกู …จริงๆกูไม่อยากเล่าเพราะกลัวเขาเสียหาย แต่แม่งกูหนักใจว่ะ’

 

เสียงปลายสายฟังดูไม่สบายใจอย่างที่บอกจริงๆ แจ็คสันดันตัวเองขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียงก่อนบอกเพื่อนออกไป

 

“ถ้ามึงหนักใจมึงก็บอกเขาไปเลยดิว่ามึงไม่โอเคที่จะมีอะไรด้วย”

‘ไม่ใช่หรอก กูแค่… ไม่อยากให้มีเรื่องเซ็กซ์มาเกี่ยว มึงเข้าใจไหม แบบ.. คือเราแค่ยังคุยๆกันแบบไม่จริงจัง’

 

แจ็คสันขมวดคิ้วมุ่นพยายามคิดตามเพื่อน

“คือ มึงไม่อยากผูกมัด หรือไม่อยากฉาบฉวยวะ?”

 

อีริคเงียบไปสักพัก เขาคิดว่าเพื่อนน่าจะกำลังคิดคำตอบ…

 

‘มันเอียงๆไปทางไม่อยากผูกมัดมากกว่าว่ะ มึงก็รู้  ผู้หญิงตกหลุมรักง่าย… โดยส่วนใหญ่… แล้วถ้าเกิดมารู้กันทีหลังว่าไม่ใช่ กูก็ไม่อยากกลับไปเป็นเพื่อนเขาอ่ะ เพื่อนกันมันมีเซ็กซ์กันได้หรอวะ

 

“…….”

‘ถ้าสุดท้ายไม่ได้คบกัน กูก็ยังไม่อยากนอนกับเขา’

 

“…เออ ที่มึงคิดก็ไม่ใช่ไม่ดีหรอก แต่มึงคิดมากไง มึงให้เกียรติเขาก็ดีแล้ว แต่ตอนนี้อยู่ที่ว่า ความต้องการเขากับมึงไม่ตรงกันหรือเปล่า ไม่ใช่จะคบไม่คบหรอก ฝ่ายนั้นอาจไม่คิดแบบมึงก็ได้”

 

‘อือ กูเข้าใจ’

 

“กูว่าตอนเนี้ย ที่มึงต้องทำคือคุยกับเขา บอกไปเลยว่าจะดำเนินความสัมพันธ์กันยังไง ถ้าเขาคิดว่าเซ็กซ์สำคัญ แต่มึงไม่ อันนี้ก็ต้องเคลียร์ให้ชัด”

‘กูไม่ได้มองว่ามันไม่สำคัญ’

“เออ กูรู้ว่าสำคัญ มึงถึงได้ไม่ยอมมีกับเขาไง แต่กูหมายถึงมันไม่สำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างมึงกับเขา ..ตอนนี้นะ ถ้าเป็นแฟนกันแล้วค่อยมี ถูกไหม?”

‘….เออ’

“ไอ้ห่า” อันนี้ด่าด้วยความหมั่นไส้

“นั่นแหละ มึงคุยกันก่อน ก็ใช่ว่าผู้หญิงจะเหมือนกันทุกคน เขาอาจจะแมนๆคุยกันไรงี้ มึงก็ทำอย่างกับจะเสียตัวครั้งแรก” แจ็คสันแซวแล้วหัวเราะออกมา นั่นทำให้เพื่อนปลายสายที่กำลังหน้ายุ่งแอบยิ้มตาม

เขารู้ดีว่าคนอย่างอีริคไม่ใช่เด็กๆแล้ว ที่จะจัดการปัญหาด้วยตัวเองไม่ได้ เพียงแต่มันอยากจะหาคนระบายให้ฟังเป็นเพื่อนคู่คิดก็พอ การตัดสินใจก็เป็นของมันอยู่ดีนั่นแหละ

 

แล้วพอวางสายจากมันไป แจ็คสันรู้สึกแปลกๆขึ้นมาเกือบจะทันที

 

ไอ้ประโยค ‘เพื่อนกันมันมีเซ็กซ์กันได้หรอวะ’ ของอีริคนี่ทำเขาแอบหน้าสั่น

ก็อยากจะบอกว่าได้ แต่ไม่อยากจะขัดฟีลเพื่อน

 

อีกอย่าง กับแจบอม ความสัมพันธ์ของเขาก็ไม่ได้ถือว่าเซ็กซ์เป็นส่วนสำคัญ

 

แต่เป็นส่วนหนึ่ง… และส่วนใหญ่ๆ

 

 

 

 

 

คืนนั้นระหว่างที่เขากำลังทำอะไรที่พอจะมีเหลือในตู้เย็นทาน มีข้อความจากแจบอมดังขึ้นติดกัน

 

‘กูกำลังกลับ’

‘ถ้าหายเหนื่อยแล้วอยากมาหากูก็ได้นะ’

 

แจ็คสันเบ้ปากแล้วกระแทกนิ้วตอบกลับ

‘กูจะนอน’

 

อย่างที่บอก เซ็กซ์ไม่ใช่ส่วนสำคัญ – แต่เหมือนแจบอมจะอดใจไม่เป็น

 

เขาคว่ำมือถือกับโต๊ะแล้วยืนรอไมโครเวฟอุ่นอาหารให้เสร็จ ระหว่างนั้นในหัวเขาก็คิดไปเรื่อยเปื่อย – เรื่องของอีริค  เด็กรัฐศาสตร์  งานที่ต้องส่งพรุ่งนี้  ร้านถ่ายเอกสาร  เสื้อผ้าที่ต้องซัก – แล้วเขาก็เบิกตากว้าง

…เขาลืมซักผ้า

แจ็คสันก้มไปใต้โต๊ะข้างตู้เย็นที่เก็บตะกร้าผ้าสำหรับซักผ้า มันมีอยู่ไม่มากแต่ก็เกินครึ่งตะกร้าแล้ว ไม่ใช่ชุดนักศึกษาที่เขาห่วง เขามีอีกชุดอยู่ในตู้ แต่เป็นชุดนอนที่ไม่เหลือแล้ว ตอนนี้เขาใส่เสื้อนักศึกษากับกางเกงขาสั้นเท่านั้น

เสียงไมโครเวฟดังพอดี เขาเลยต้องหยิบถ้วยออกมาจากเครื่องแล้วหาอะไรมาปิดครอบไว้

คงต้องลงไปซักผ้าก่อน ไม่งั้นก็ต้องนอนสภาพนี้

 

แจ็คสันหิ้วตะกร้าลงมาซักที่เครื่องซักผ้าชั้นล่างแล้วกลับห้องไปจัดการอาหารก่อนมันหายร้อน เขาเล่นโทรศัพท์อีกสักพักพอกะเวลาที่เครื่องทำงานน่าจะเสร็จแล้วเขาก็ลงมา แต่เหมือนจะเร็วไปหน่อย ตัวเลขบนเครื่องแสดงว่าเหลืออีก10นาที

เขาขี้เกียจจะขึ้นห้อง เลยเลือกล้มตัวนั่งรอจนมันเสร็จ

 

 

 

 

 

เป็นเวลาเดียวกับที่แจบอมมาถึง

ขายาวใต้กางเกงยีนส์สีเข้มย่างก้าวลงจากรถแบบไม่รีบร้อน  เขากำลังใช้มือยีผมตัวเองอยู่ ตอนกำลังเดินผ่านหน้าห้องซักผ้า เห็นใครอีกคนกำลังนั่งกอดขาอยู่บนเก้าอี้หน้าเครื่องซักผ้า และเล่นโทรศัพท์

 

แจบอมหยุดสายตาอยู่ที่ข้อเท้าขาวๆนั่น แล้วไล่ขึ้นมาเรื่อยถึงผิวเนื้อที่โผล่ออกจากใต้กางเกงและปลายเสื้อ

เขาว่าแจ็คสันน่าจะไม่เห็นเขา

แต่กับเขาคือเห็นเต็มๆ

กางเกงขาสั้นที่พออีกฝ่ายงอขาขึ้นกอดแบบนั้นก็ทำให้ปลายกางเกงมันร่นขึ้นไปอีก ชายกางเกงอ้าออก แต่ส่วนตรงสะโพกกลับรัดตึง แนบไปกับเนื้อจนหมด

แล้วไม่ต้องบอกว่าไอ้เสื้อนักศึกษาสีขาวนั่นก็พอกัน

 

แจบอมดุนลิ้นไปมาในปาก ใจเขาอยากเดินไปอุ้มแจ็คสันแล้วจับคว่ำหน้ากับเครื่องซักผ้ามันตอนนี้เลย

แต่วันนี้เขาถามแจ็คสันไปสองครั้งแล้วด้วยกัน และอีกคนปฏิเสธทั้งสองครั้ง เพราะงั้นแจบอมก็ไม่ควรจะทำ

อันที่จริง… ก็ไม่ควรตั้งแต่ที่เป็นห้องซักผ้าแล้ว

เขาเลิกคิ้วกับความคิดตัวเอง

 

เขาต้องเข้าใจว่าแจ็คสันนั้นเป็นเพื่อนที่เขามีเซ็กซ์ด้วยได้ ไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ที่จะฟัดเอาๆเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ  แจ็คสันไม่ใช่แบบนั้น และเขาก็ไม่ควรทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองกับเพื่อนของเขา

 

คนแอบมองพาสายตามาหยุดที่ของขาวๆอีกรอบเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันตัวเดินกลับห้อง

 

แต่ไม่วายพานิ้วตัวเองพิมพ์ข้อความไปหาอีกคน

 

‘อยู่ห้องระวังไว้ล่ะ’

 

 

 

 

 

 

to be continued

 

chapter 00 | 01 |02 |03 | 04 | 05 | 06 | 07 | 08 | 09 | 10


 

Chapter 01 : RULE 1

Title : 10 Rules of being friends-with-benefits

Pairing : jaebum x jackson

Rate : R

Genre : Slash, Angst, Smut

Tag #บีสัน10ข้อ

 

 

cover_10rules01

 

 

 

Chapter 01

 

 

Rule 1:  DO think twice about hooking up with your neighbor.

 

 

 

 

‘เลิกเรียนแล้วลงมา – JB’

 

เขาปัดหน้าจอปิดข้อความจากไอ้อักษรย่อเจบีแล้วยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง อีกสิบนาทีกว่าจะหมดเวลา ไม่ใช่อีกฝ่ายไม่รู้แต่ก็ยังจะส่งข้อความมาอีก เขาเคาะปากกากับโต๊ะเรียนจนนิโคลัสหันมามอง เขาหยุดมือตัวเองแล้วยิ้มให้เพื่อน

 

จนกระทั่งหมดเวลาเรียน เขาโดนอีริคล็อคคอลากออกจากห้องพ่วงด้วยนิโคลัสอีกข้าง

 

“เลิกสักทีโว้ยยยยยย ได้กลับสักที”

“ห่า ปล่อยคอกูก่อนไหมอ่ะ”

“กูด้วย เดินสบายมากไหมเนี่ยห้ะ!”

 

ทั้งเขาทั้งนิคต่างรุมด่าไอ้คนที่ล็อคคออยู่ แล้วมันก็แค่หัวเราะอย่างมีความสุข ล็อคคอลากพวกเขาเดินบันไดลงมาจนถึงชั้นล่าง ไอ้เวร…

 

หลังทำการ ‘ทำอย่างไรให้เพื่อนด่า’ สำเร็จ มันก็หันไปบอกว่าจะติดรถนิโคลัสไปลงระหว่างทางกลับบ้าน แน่นอนว่าถึงนิคจะปฏิเสธ อีริคมันก็จะไปด้วยอยู่ดี

เขาโบกมือลาเจ้าเพื่อนทั้งสองแล้วเดินแยกไปที่หน้าตึกคณะ ก็เห็นหลังแจบอมยืนพิงกับขอบประตูเล่นโทรศัพท์อยู่

เสื้อนักศึกษาตรงช่วงไหล่นั่นตึงจนเหมือนโดนขึง แล้วปลายเสื้อก็ถูกเก็บเข้ากางเกงสแลคเนี๊ยบอย่างดีใต้เข็มขัดสีดำ แจบอมไม่ใช่พวกเด็กถูกระเบียบ แต่เป็นพวกแต่งตัวดี แล้วบังเอิญว่ายิ่งดูดีไปอีกในชุดมหาลัย

แล้วนี่ก็เกิดความรู้สึกอยากขยำเสื้อเรียบๆนั่นให้ยับไปเลย

ด้วยความหมั่นไส้ เขาจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วตบไหล่อีกคนเต็มแรง

 

“มีไรมึงอ่ะ”

“ทักเป็นนักเลงเลยนะ” แจบอมที่กลับมาทรงตัวได้หันมาพูดใส่อีกคนด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง  แจ็คสันล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเปิดหน้าข้อความจากอีกคน

 

“เรียกมาทำไม”

 

เขาถาม แต่แทนที่แจบอมจะตอบ มันกลับยกยิ้มมุมปากแล้วยกโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดหน้าตาเฉย แจ็คสันเตรียมด่า แต่มีเสียงแจ้งเตือนจากเครื่องในมือเขาดังขึ้นมาก่อนเขาจึงก้มลงดู

 

‘กลับหอพร้อมกู’

‘ไปอาบน้ำแล้วมาเจอกูที่ห้อง’

 

 

 

 

 

ที่จริงแล้วเป็นวันพรุ่งนี้ที่เขากับแจบอมจะมาเจอกันในคลาสที่เรียนด้วยกันของต้นสัปดาห์ แล้วนั่นก็ถือเป็นหนึ่งในข้อตกลงระหว่างเรา

ที่ว่า ‘จะไม่นัดเจอกันโดยไม่จำเป็น เจอกันแค่ตามปกติ ส่วนตอนกลางคืนเป็นข้อยกเว้น

หนึ่งในข้อตกลงที่มีหัวข้อใหญ่ว่า เราไม่ได้เดทกัน

 

เขากลับมาจัดการตัวเองอย่างที่อีกคนบอก พอไปเคาะประตูห้อง เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยตอนที่แจบอมเปิดประตูมาคว้าเขาเข้าไปฟัดข้างใน

เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าได้ยินเสียงล็อคประตู

 

“เดี๋ยวมึง เดี๋ยวก่อน” แจ็คสันพยายามที่จะดันหน้าแจบอมออก แต่ไร้ประโยชน์

 

“ไม่เดี๋ยวแล้ว”

 

ไร้ประโยชน์จริงๆ…

 

เสียงลมหายใจหนักๆเป็นเสียงเดียวที่ชัดที่สุดที่เขาได้ยิน รองมาคือเสียงเสียดสีของเสื้อผ้า เอาจริงแจ็คสันก็ค่อนข้างเกลียดตัวเองที่เพิ่งห้ามอีกฝ่ายไปแต่มือตัวเองก็ปัดไปทั่วตัวอีกคน ปัดจนเสื้อนักศึกษาแสนเนี๊ยบหลุดออกจากกางเกงสแลค แต่ก่อนที่มือเขาจะปัดไปที่หัวเข็มขัด แจบอมก็สอดแขนเข้าใต้ข้อพับและก้นยกตัวเขาขึ้นก่อน

เขาเกี่ยวขาเข้ากับเอวอีกฝ่าย ระหว่างที่ใช้ปากฟาดฟันกัน สมองเขาก็คิดว่าแจบอมตัวไม่ได้ใหญ่กว่าเขาเท่าไหร่สักหน่อย

ความสงสัยพาให้มือเขาไล้ไปที่แขนที่ยกตัวเขาอยู่ เขากางมือจับให้ถนัดแล้วลองลูบคลำมัน แล้วก็ใช่ มันตึงแน่นไปหมด พอลากผ่านไปมาก็รู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่กำลังขมวดเกร็ง เขาวกมือกลับขึ้นมาจับยึดที่บ่า เหมือนกัน มันแข็งไปหมดจนเขาอยากกัดสักที

 

“เฮ้…”

 

คนที่ถูกเขาใช้มือสำรวจร่างกายท่อนบนไป ละปากออกจากปากเขาแล้วหอบหายใจรดหน้า แจบอมใช้จมูกดุนหน้าเขาให้เชิดขึ้น

 

“มือซนนะ”

 

เขาอยากเถียงกลับไปว่า ‘มึงก็ซนนะ’ ตอนที่อีกฝ่ายมุดหัวเข้ามาซุกไซร้คอเขา แต่ต้องกัดปากกลั้นเสียงเอาไว้ เขาขยุ้มทั้งท้ายทอยและผมอีกคนทั้งที่รู้ว่านั่นไม่ได้ช่วยให้เขาโดนทำเบาลง แต่เป็นในทางกลับกัน

 

“อยู่กันสองคน ไม่ต้องเงียบก็ได้”

 

แจบอมกระซิบติดกับหูเขา เสียงทุ้มพร่าจนเขาแทบจะเสร็จทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แจ็คสันกำคอเสื้อแจบอม เรียกว่าขยำเลยก็ได้ แต่ด้วยแรงทั้งหมดที่มีเหมือนเขาทำได้แค่จับมันไว้หลวมๆ

อีกคนเดินอุ้มเขามากระแทกกับตู้เสื้อผ้า แรงขนาดทำให้เขาหลุดร้องออกมา

 

“เบาไม่เป็นใช่ไหม”  แจ็คสันแทบจะเค้นคำพูดแต่ละคำออกมา แจบอมก็ยังไม่เลิกดันเขากับตู้ สองแขนยังคงอุ้มแจ็คสันไว้แล้วใช้มือกดให้สะโพกทั้งคู่แนบกันกว่าเดิมอีก

 

“ใช่ เบาไม่เป็น”

 

คนถูกว่าตอบแล้วหัวเราะ มันน่าด่ามากไปอีกเมื่อเวลาอีกฝ่ายหัวเราะแนบหน้าเขาแล้วลมหายใจร้อนๆมันก็รดใส่

 

“ส่วนมึงก็ร้องดังๆไม่เป็นใช่ไหม”

“แจบอม!”

“ครางให้ดังเหมือนตอนด่าได้ไหมวะ”

“ไอ้..!!”

 

แล้วแจบอมก็ฉวยโอกาสตอนแจ็คสันอ้าปากด่ากระแทกสะโพกใส่แรงๆหนึ่งที คนโดนแกล้งผวาเข้ากอดอีกคนแล้วร้องลั่น กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งสองคนแนบสนิทกันจนไม่มีอากาศแทรกได้แล้ว

รอยยิ้มร้ายที่แจ็คสันไม่ได้เห็นเกิดขึ้นตอนแจบอมเห็นเนคไทตัวเองแขวนอยู่บนตู้เสื้อผ้า แจบอมปล่อยแขนออกจากแจ็คสันข้างนึงเพื่อเอื้อมไปดึงเส้นเนคไทออกมา

 

เขาเหวี่ยงแจ็คสันพร้อมกับตัวเองไปที่เตียง แกะแขนเพื่อนตัวขาวออกแล้วจับพลิกให้นอนคว่ำ  แจ็คสันหันมาทำตาโตใส่เขา  ในที่นี้ไม่รู้ว่าหมายความว่ายังไง  แล้วเขาก็พาดเส้นเนคไทกับปากแดงๆนั่น

อีกคนไม่ได้ท้วงอะไร เหมือนจะงงๆ – แจบอมมองอย่างชอบใจ จัดการผูกให้เป็นปมที่ท้ายทอยขาว ม้วนปลายเนคไทกับมือตัวเอง ลองดึงดูเช็คว่าแน่นดีแล้วแต่ไม่แน่นเกินไป ส่วนแจ็คสันอยู่นิ่งตั้งแต่ต้น เหมือนเด็กกำลังหัดเรียนและตั้งใจ ตากลมพยายามหลุบมองผ้าเส้นเล็กที่ปากตัวเอง  เห็นอย่างนั้น เขาโน้มไปจูบอีกคนผ่านเนื้อผ้าของเนคไท

 

“ทีนี้จะเอาให้สุดเสียงก็ไม่ว่านะ”

 

 

 

 

 

คอแทบแตก

 

เป็นอาการที่แจ็คสันกำลังเผชิญ ไม่ใช่เพราะเขาเสียงดัง แต่เป็นเพราะแจบอม สาบานว่าถ้าเขาเห็นอีกคนผูกเนคไทเส้นนี้เมื่อไหร่ เขาจะใช้ไฟแช็กเผามัน

 

จากตอนแรกที่มันมัดอยู่ตรงปาก ในตอนที่อีกคนขยับอยู่บนตัวเขาอย่างรุนแรง แจบอมเอื้อมมือมาปลดมันออก เสี้ยวนาที แจ็คสันหอบเอาอากาศเข้าปอดเกือบหมดห้อง ก่อนเนคไทมันจะมารัดอยู่ตรงคอของเขาแทน

เขากำลังจะร้องท้วง แต่อีกคนก็ดึงปลายเนคไทซึ่งอยู่ในมือจนตึงแน่น แจ็คสันเชิดหน้าขึ้นตามแรงดึงนั้น เท้าแขนทั้งสองกับเตียงแล้วขยุ้มผ้าปูจนยับ  ปากแดงจัดเผยอกว้างพยายามสูดอากาศหายใจ มันไม่ได้รัดจนหายใจไม่ออก แต่มากพอจะให้หายใจลำบาก

 

เขากำลังอยู่ตรงกลางระหว่างคำว่าทรมาณกับเสพสม

และถ้ามันนานกว่านี้ แจ็คสันคิดว่าอาจจะควบคุมตัวเองไม่อยู่

 

แจ็คสันปัดมือขึ้นรั้งเนคไทตรงลำคอให้ผ่อนออกก่อนเขาจะทนไม่ไหว

ยังดีที่แจบอมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น คนข้างหลังหยุดดึงปล่อยให้คอเขาเป็นอิสระ แจ็คสันแทบจะล่วงแหมะบนเตียงเกือบทันทีแล้วฟุบหน้าลงบนหมอนใบโต – แต่ไม่ทันได้พักหายใจ แจบอมก็ดึงร่างเขาขึ้นไปโอบรัดจนหลังแจ็คสันชิดกับอกอีกคน จับหน้าให้หันไปหาแล้วบดจูบบนปากแดงจัดอย่างแรง

ระหว่างที่เขาได้แต่เอามืนยันเตียงกับจับแขนที่รัดตัวเขาเอาไว้ ใจเขาอยากตะโกนถามมากว่าแจบอมเป็นบ้าอะไร ใครไปเอาอะไรมาให้กิน

แต่เขาหมดแรงจะส่งเสียงใดๆทั้งสิ้น

ภาวนาให้ตัวเองไม่หมดสติไปกลางคันก่อนก็พอ

 

 

 

 

 

“ไม่ต้องไปส่ง”

 

แจ็คสันยืนอยู่หน้าห้อง มือเกาะอยู่ตรงบานประตูตอนที่เห็นว่ารองเท้าเขากระเด็นไปอยู่นอกห้องข้างนึง เขากัดปากตัวเองแน่นตอนคิดว่าทำไมมันถึงไปอยู่ตรงนั้น

แจบอมซึ่งยืนซ้อนหลังอยู่มองตามแล้วยิ้มขำ กอดอกพิงประตูมองแจ็คสันก้มเก็บรองเท้าขึ้นมาใส่

 

“กูบอกว่าไม่ต้องไปส่ง”

“กูแค่เดินมาปิดประตู”

 

เพื่อนที่ตัวเล็กกว่าหันมากรอกตาใส่อีกคน ซึ่งจริงๆแล้วแจบอมในสภาพผมยุ่งเหยิง เปลือยท่อนบนกับกางเกงสแลคยับๆก็ไม่น่าจะเดินไปส่งเขาได้

ถ้าถามว่าทำไมแจบอมหยิบกางเกงสวมได้แล้วทำไมไม่เอาเสื้อมาสวมด้วย

เปล่า แจบอมไม่ได้ถอดออกแต่แรกแล้ว

มันถึงยับขนาดนั้นไง

แจ็คสันเคี้ยวฟันแล้วนึกแช่งในใจ นอกจากจะเผาเนคไทมันแล้ว กูขอให้มันไม่มีกางเกงใส่พรุ่งนี้

 

แจบอมยืนดูแจ็คสันที่จ้องมองกางเกงเขาแล้วตวัดตามามองหน้าเขา แล้วเจ้าตัวก็หันควับเดินขึ้นบันไดกลับห้องตัวเองทันที  พออีกคนเดินจนลับหายไป แจบอมก็หมุนตัวเข้าห้องตัวเองบ้าง ระหว่างมือกำลังจับลูกบิดเพื่อปิดประตู เขาก็ฉุดนึกเรื่องๆหนึ่งขึ้นมาได้

ว่าการมีเพื่อนอาศัยอยู่ใกล้ๆ  นั่นคือเขาจะเรียกหาเมื่อไหร่ก็ได้

และไม่ต้องไปส่งไกลๆให้เหนื่อย

อาจจะมีคนร่วมหอพักรับรู้ แต่คิดดูแล้วเปอร์เซ็นต์เป็นไปได้ต่ำ ชั้นนี้ทั้งชั้นมีแต่พวกเด็กคณะที่แทบนอนทำงานที่ตึก …ที่สำคัญอีกคือ แจ็คสันไม่ส่งเสียงดัง เพราะงั้นก็ไม่น่าจะไปกวนใคร

 

คิดจบ เขาดุนลิ้นข้างแก้มแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหาอะไรกิน

 

 

 

 

 

ส่วนแจ็คสันกำลังยืนเช็คตัวเองในกระจกห้องน้ำ

ตรงลำคอของเขามีรอยผ้าพาดเป็นริ้วจางๆ ก็คือรอยจากเนคไท – และข้างแก้มเขาแดงเถือก

แจ็คสันแทบจะเคี้ยวฟันตัวเองอีกรอบ

 

ถ้าจะรัดจนแทบหายใจไม่ออกขนาดนั้น มึงจะบอกให้ร้องดังๆทำ…

 

นี่กูโกรธมันได้ไหมเนี่ย

ตัวเองก็เป็นคนยอมเองด้วย…

 

เขายืนมองรอยพวกนั้นอยู่สักพัก ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้างตอนที่เขาคิดอะไรขึ้นมาได้

 

แย่แล้ว แจ็คสัน

ไม่ได้ชอบความรุนแรงใช่ไหมเนี่ย?

 

 

 

 

 

 

to be continued

 


chapter 00 | 01 |02 |03 | 04 | 05 | 06 | 07 | 08 | 09 | 10


 

 

 

 

Chapter 00 : picking & hooking up

Title : 10 Rules of being friends-with-benefits

Pairing : jaebum x jackson

Rate : PG-13

Genre : Slash, Angst, Smut

Tag #บีสัน10ข้อ

 

cover_10rules

 

Chapter 00

 

 

Picking

 

 

“เฮ้ย ไอ้ยองแจมันจะย้ายออกจากหอหรอวะ?”

 

อีริคถามพร้อมกับเคี้ยวขนมในปากไปด้วย เขาหันไปมองทันตอนที่แว่นขยับมาอยู่ปลายจมูกมัน เลยเอื้อมมือไปดันแว่นเข้าที่ให้

 

“อือ พ่อมันจะให้ไปอยู่คอนโด”

“ละมึงอ่ะ? งี้ก็ต้องหาคนมาอยู่ใช่ปะ?”

“ก็ใช่ จริงๆหอเขาให้มันย้ายออกตอนสิ้นเทอม แต่ก็เอาเหอะ ไว้เดี๋ยวกูดูอีกทีว่าจะย้ายหรือหาคนเพิ่มดี”

 

พอได้คำตอบอีริคก็พยักหน้าเข้าใจ เขาดูเวลาก็เห็นว่าใกล้ได้เวลาต้องเข้าคลาสเรียนต่อไปแล้ว จึงบอกให้เพื่อนเก็บของแล้วเตรียมตัวไปเข้าห้อง

ระหว่างเดินไปที่ห้อง อีริคก็พูดประเด็นเดิมขึ้นมาอีก

 

“เออมึง ถ้าหาเมทมาอยู่ไม่ได้ บอกกูนะ เผื่อกูจะมาอยู่กับมึง”

“เอ้า แล้วหอเดิมมึงอ่ะ”

“ก็พอดีกูมีปัญหากับไอลุงใต้หออ่ะ ไม่อยากเจอบ่อยๆ”

“เออๆ ไว้ค่อยคุยเหอะ กูยังไม่ได้คิดว่ะ”

“ได้หมดอ่ะ บอกด้วยละกัน”

 

เขาทั้งคู่ผลักประตูห้องเข้าไปก็เจอนิโคลัสนั่งอยู่ก่อนแล้ว มันโบกมือหยอยๆแล้วทำหน้าเศร้า

 

“เพิ่งมาไงมึง? ละเป็นไรทำหน้า”

“เออ เพิ่งมา เก้าอี้พังอ่ะมึง ตะกี้กูทำมันคว่ำ”

 

ทั้งสองคนก้มมองเก้าอี้ตัวปัญหาก็เห็นว่าที่นั่งมันบิดๆเบี้ยวๆ  ดูโคลงเคลงเกินกว่าจะหย่อยก้นลงไปนั่งได้  นิโคลัสยิ้มแหยๆ พออีริคจะอ้าปากด่ามันก็รีบเบรคว่าเพื่อนทั้งห้องเพิ่งรุมด่ามันไป ช่วยขอความเมตตาให้มัน

 

“งั้นกูไปนั่งอีกฝั่งแล้วกัน”  เพราะเก้าอี้ที่ว่าเป็นที่ประจำของแจ็คสัน

 

เก้าอี้ตัวอื่นๆส่วนใหญ่เพื่อนก็จองไว้ให้คนอื่นหมดแล้ว แต่ฝั่งตรงข้าม คืออีกฝั่งของโต๊ะ มักเป็นที่ว่างเสมอ เพราะกลุ่มเขาก็ไม่ได้ใหญ่จะนั่งกันทั้งโต๊ะ บวกกับไม่อยากยกเก้าอี้ให้เกิดเสียงดังรบกวนก็เลยอ้อมไปนั่งแทนดีกว่า

 

“ซุ่มซ่ามได้ตลอดเลยนะมึงอ่ะ”

“โอ้ย ด่าแล้วกูจะหายไหม เลิกด่ากูทีเถอะ”

 

นิคกับอีริคยังเถียงกันไม่เลิก เขาก็ได้แต่มองแล้วยิ้มขำ

อาจารย์ส่งสัญญาณให้เพื่อนปิดไฟเพื่อจะดูสไลด์ แต่พอดีเพื่อนที่ปกตินั่งข้างกับสวิตซ์ไฟไม่อยู่ เห็นอย่างนั้นแจ็คสันที่นั่งถัดมาอีกโต๊ะเลยจะลุกไปปิดให้ แต่ก็มีมือมากดไหล่ให้เขานั่งลงกับที่ซะก่อน

 

“เดี๋ยวกูไปเอง”

 

แจ็คสันทันเงยหน้ามองอีกฝ่ายแค่ตอนที่ลุกเดินผ่านเขาไปเท่านั้น ทำให้ได้รู้ว่าเป็น อิม แจบอม อีกคนเดินไปที่สวิตซ์ไฟ กดปิด แล้วเดินออกไปนอกห้อง เขามองตามจนแจบอมหายไปแล้วก็หันกลับมาเรียน

พออีกคนกลับมา แจ็คสันก็เพิ่งสังเกตว่าเขานั่งที่ข้างกันกับแจบอม

 

“ไปไหนมามึง”

“ไปห้องน้ำ”

“อ๋อ..”

 

เรากระซิบคุยกัน ทำให้แจ็คสันแอบได้กลิ่นสบู่ล้างมือตอนอีกคนยกมือขึ้นป้องปากคุยกับเขา

 

 

 

 

 

“เย็นนี้มึงว่างป่ะ”

 

ระหว่างกำลังเลคเชอร์แจบอมก็โน้มมากระซิบเขาอีกรอบ

แจ็คสันคิดไปด้วย มือก็เขียนลงสมุดไปด้วย เขาขมวดคิ้วนึกถึงตารางในวันนี้ของตัวเอง

 

“มีไรวะ”

“มาร์คมันไม่อยู่ หาเพื่อนเมา”

 

แจ็คสันหันไปสบตากับแจบอมถึงรู้ว่าอีกคนโน้มตัวมาใกล้เขามาก

คงเพราะกลัวจะกระซิบไม่ได้ยิน  มันใกล้ซะจนเขาเผลอมองผิวเนื้อส่วนบ่ากับลำคอที่โผล่มาจากเสื้อนักศึกษาอีกฝ่าย ตอนหลุบตากำลังตัดสินใจ

ทำให้ไม่รู้ว่าจริงๆแจบอมก็เผลอมองแพขนตากับปากแดงของตัวเองอยู่เหมือนกัน

 

…จริงๆจะเรียกว่าเผลอได้ไหมนะ ถ้ามองอยู่นานแล้ว

 

“ขอคิดก่อน แต่คงไปถ้าไอ้สองคนนั้นมันไม่มีอะไรนะ”

 

แจ็คสันตอบ เงยขึ้นมองหน้าแจบอมแล้วยิ้มจบประโยค พอเห็นว่าแจบอมไม่พูดอะไรก็หันกลับมาสนใจเนื้อหาการเรียนต่อ

 

อย่างไม่รู้ตัว

ว่าทิ้งกลิ่นหอมไว้ปลายจมูกอีกคนตอนโน้มตัวไปหาเพื่อให้คำตอบอีกฝ่าย

 

แจบอมดุนลิ้นกับแก้ม แอบยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโดยใช้หนังสือบังไว้ เขากดส่งข้อความไปหารูมเมทของเขา – มาร์ค ที่น่าจะกำลังเลิกเรียน

บอกว่าไม่ต้องกลับห้อง เขามีเพื่อนแล้ว

 

 

 

 

 

Hooking up

 

 

ความจริงคือ, แจ็คสันกับแจบอมไม่ได้อยู่คณะเดียวกัน  ในเทอมนี้ตารางเรียนของเรามีเจอกันแค่สองคลาสต่อสัปดาห์ เราเคยไปคลับด้วยกัน แต่ไม่ได้บ่อย และส่วนมากที่ไปก็ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แจบอมแค่เป็นหนึ่งในกลุ่มนั้น ที่เขาไปก็ไม่ได้ไปกับแจบอม อีกฝ่ายจะอยู่กับพวกมาร์คและจินยอง

ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นคนเงียบๆ เขาก็เลยไม่ค่อยเห็นแจบอมไปไหนกับใครนอกจากกลุ่มนั้น มันเลยออกจะ… ประหลาด.. ไม่สิ แปลกนิดหน่อย  ที่เพื่อนคนนี้ชวนเขามาดื่ม –

ที่ห้องของตัวเอง

 

“กูนึกว่ามึงจะไปดื่มที่ร้านซะอีก” เขาเอ่ยออกไปหลังจากทิ้งตัวนั่งกลางห้องของแจบอม หมอนี่อยู่หอเดียวกับเขา แต่คนละชั้น ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นรูมเมทกันกับมาร์ค

 

“อ่อ เปล่าอ่ะ อยากแดกเงียบๆ”

 

อยากแดกเงียบๆ… แล้วชวนกูมาเพื่อ…

แจ็คสันคิด

 

“แล้วมีแค่กูอ่อ?”

“อือ”

 

แจบอมไม่ตอบอะไรอีกแต่ยื่นกระป๋องเบียร์แพคนึงให้เขาถือ ในหัวของเขากำลังนึกถึงตารางเรียนตัวเองที่ว่างไปอีกสองวัน

 

“มึงไม่ได้อกหักหรืออะไรทำนองนั้นใช่ไหม?”

 

ถึงแจบอมจะหัวเราะเพราะคำถามของเขา แต่อันที่จริงแจ็คสันต้องการคำตอบจากอีกฝ่าย จริงๆ

 

 

 

 

 

ผ่านไปไม่นาน

เขาไม่แน่ใจว่าเบลอเห็นกระป๋องมันเพิ่มขึ้น หรือเขาดื่มมันเข้าไปมากจริงๆ

แจบอมเป็นพวกคอแข็ง อันนี้เขาพอรู้ แต่ก็ไม่ได้นึกไว้ว่ามันจะดื่มเอาๆขนาดนี้  นี่ถ้าไม่ใช่อกหักก็คงอยากดื่มย้อมใจ อะไรแบบนั้นเลย

 

“ถามจริง มึงเป็นไรของมึงวะ”

 

เขาตบฝ่ามือไปที่หัวไหล่อีกคน ออกแรงดันเบาๆให้แจบอมสนใจ

แล้วคำตอบที่ได้ก็ชวนให้เขาขนลุก

 

“กูเหงา”

“เหงา? มึงนะเหงา?”

 

แจ็คสันปัดกระป๋องที่วางบนโต๊ะออก เขาวาดแขนลงก่อนจะฟุบหน้าลงไปเพราะเหมือนหัวมันหนักๆจนขี้เกียจจะพยุงไว้ เขาหันมองแจบอมที่แค่หน้าแดงนิดๆ นั่งชันเข่าขึ้นข้างนึงละวางแขนไว้บนนั้น ทำท่าเหมือนพระเอกเอ็มวี

 

“เออ”

 

น่าหมั่นไส้

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูดี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกคนดูดึงดูด และเป็นมนุษย์ sex appeal สูง มันเลยอดไม่ได้ที่จะไล่มองตั้งแต่สันกรามด้านข้าง ลำคอหนา ไหล่ที่ดูแข็งแรง กับเส้นแขนที่ดูโคตรแมน ถ้าแจ็คสันเรียนด้านศิลปะมา เขาคิดว่าอยากจะสเกตรูปสรีระของแจบอมดูสักรูป

แจบอมเหลือบสายตามามองนิ้วคนข้างๆที่ไล้อยู่บนท่อนแขนตัวเอง

แจ็คสันไล้นิ้วไปมา วนตรงเส้นเลือดของเขาอยู่อย่างนั้น แล้วพึมพำเสียงเบาว่า ดีจัง

 

ท่าทางจะเมา

 

เขาปล่อยให้อีกคนไล้อยู่อย่างนั้นจนมันพูดถามขึ้นมาลอยๆ  

“แล้วแฟนมึงอ่ะ?”

 

แจ็คสันคงไม่ได้คิดกับสิ่งที่เมื่อกี้ทำลงไป เขาหดมือกลับมาแล้วเท้าคางมองแจบอมอย่างสงสัย

พอถามไปแบบนั้น แจบอมก็วางกระป๋องในมือลง วาดแขนลงข้างเขาแล้วฟุบหน้าลงมา …เขาคงคิดไปเองว่ามันทำท่าเหมือนคนเตรียมจะร้องไห้

 

“กูเหงา ..แบบ”

 

สันกรามที่โผล่พ้นมาให้เห็นนั้นขยับตามคำพูดช้าๆของอีกฝ่าย บางทีถ้าแจ็คสันยังไม่มีสติอยู่ เขาก็อาจจะเอื้อมไปลูบมันเช่นกัน

 

“แบบ?”

 

เขาเร่งเอาคำตอบ

 

“แบบไม่มีคนขึ้นเตียงด้วย”

 

งั้นขึ้นกับกูไหม

 

…แจ็คสันส่ายหัว ขมวดคิ้วให้กับความคิดบ้าๆที่ส่งเสียงอยู่ในหัวตัวเอง

 

“แล้วมึงอ่ะ เหงาป่ะ?”

 

พอโดนถามกลับบ้าง แจ็คสันเผลอแลบลิ้นเลียปากตอนคิดไปด้วย ว่าคำถามแจบอมกำลังสื่อไปในทางไหน แล้วมันก็แย่มากที่แจบอมจ้องปากเขา

 

“คือกูโสด ถ้าจะเหงาก็ธรรมดา แต่มึงอ่ะ..”

“สรุปคือมึงเหงา?”

 

แจบอมแทบไม่ได้ฟังเขาพูดด้วยซ้ำ หมอนั่นเปลี่ยนมานั่งเท้าคางตามแล้วยันมืออีกข้างไว้ที่พื้น ใกล้ๆกับตัวเขา

 

“แต่มึงมีแฟน..”

“มึงเหงา?”

“แจบอมมึง..”

 

แจ็คสันหุบปากตัวเอง ทุกครั้งที่เขาเบี่ยงคำถาม แจบอมก็จะเขยิบเข้ามาใกล้ แปลกตรงที่เขาไม่ขยับหนีนี่หล่ะ สงสัยเพราะสมองเต็มไปด้วยแอลกอฮอล์…  แล้วพอใกล้กัน ไอ้ที่เพิ่งลอบมองไปเมื่อกี้ก็ชัดกว่าเดิม

 

กรอบหน้า  ลำคอ  กล้ามเนื้อ  และเส้นบนแขนที่อีกคนยกขึ้นมาเท้าคางไว้

มันชัดไปหมด…

 

เขารู้สึกเมามากขึ้นเพราะลมหายใจกลิ่นเบียร์แบบเดียวกับที่เขาดื่ม มันลดอยู่ใกล้ริมฝีปาก แจบอมเข้าใกล้ขึ้นทุกที เขาต้องสั่งแขนตัวเองว่า ยกขึ้นมาสิ ดันแจบอมออก อย่าให้แจบอมเข้ามา

 

แต่นิ่ง.. ทุกอย่างบนร่างกายเขาแน่นิ่ง ยกเว้นก็หัวใจที่เต้นแรงเกินหน้าที่

 

“มึง…”

 

ขอบคุณที่แจบอมเรียกเขา

สติที่หลุดไปเหมือนจะกลับมาหน่อยๆ  แค่หน่อยๆ

 

“แจ็คสัน”  มืออุ่นตบข้างแก้มเขาเบาๆ แล้วพอกระพริบตา แจ็คสันถึงรู้ว่าแจบอมไม่ได้อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

 

“อือ…”

 

แจบอมกำลังยืนอยู่เหนือตัวเขา นั่นทำให้เขาต้องหรี่ตาสู้แสงไฟที่อยู่บนหัวอีกคน แจ็คสันฝืนดึงตัวเองขึ้นนั่ง แล้วพยายามคิดกับตัวเองว่า เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น…

 

“เมื่อกี้มึงคุยกับกูป่ะ?”

“กูอยู่แค่กับมึง จะให้คุยกับใคร”  แล้วเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ เป็นของแจบอม

“ไม่.. คือกู..”

 

หรือเขาเมาแล้วจริงๆ ถึงได้นึกว่าแจบอมจะจูบเขาเมื่อกี้

แต่เหมือนจริงมากเลยนะ

 

“เหมือนมึงคุยกับกูอ่ะ”

“เออ แจ็คสัน กูคุยกับมึง”

“แล้วคุยเรื่องไรวะ?”

 

เขาได้ยินเสียงแจบอมถอนหายใจ หรือคงเพราะเขาตื้อมากเกิน เขาได้แต่คิดว่าอย่าให้แจบอมถือสาคนเมาเลยพร้อมขมวดคิ้ว และพบว่ามันยิ่งทำให้ปวดหัวกว่าเดิม เลยต้องยกมือทั้งสองข้างจับหน้าตัวเอง ตอนนี้เขาแยกไม่ออกแล้วว่าหน้ากับมืออะไรร้อนกว่ากัน

 

“แจ็คสัน นั่นมือกู”

 

เขาโดนแจบอมพูดเสียงดุใส่

และก่อนจะได้รู้ว่าไม่ใช่มือตัวเองจริงๆ เขาลองลูบหน้าตัวเองดู ก็เจอว่ามีมือใหญ่ๆประกบแก้มเขาเอาไว้อยู่ทั้งสองข้าง

 

“โอย กูเมาหรอ”

“เปล่า”

“อ้าว ไม่ได้เมาหรอ” แจ็คสันเริ่มสับสนกับอาการของตัวเอง

ใบหน้าเห่อร้อนในมือแจบอมขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิมบวกตาปรือหนัก แล้วพอคิดอะไรไม่ออกอีก แจ็คสันก็เลียปากตัวเอง

 

“เลิกเลียปากที”

 

แล้วก็โดนแจบอมพูดเสียงดุใส่ – อีกรอบ ถึงเจ้าตัวจะไม่ตั้งใจที่เลียปาก แต่พอโดนว่าแจ็คสันก็เลยเผลอเม้มปากตัวเองแน่น

 

แต่มันยังไม่หายคาใจ

 

“ตกลงมึงคุยไรกับกูวะ?”

 

ได้ยินเสียงถอนหายใจ เป็นของแจบอมอีกแล้ว แต่เขาเริ่มรู้สึกตาหนักๆยังไงก็ไม่รู้ ขี้เกียจจะลืมตาแล้ว… แจ็คสันวางมือซ้อนมือแจบอมที่จับหน้าตัวเอง เขาคิดว่ามันมันทั้งใหญ่แล้วก็อุ่น ถ้าเขาเป็นสัตว์ตัวเล็กๆคงอยากซุกทั้งวัน

ความคิดของคนเพ้อเจ้อและเมา

 

“มือมึงอุ่นจัง”

แล้วก็หลุดพูดออกมาแบบเมาๆ

 

“นี่มึงยังคุยกับกูอยู่ไหม?”

“เออๆ ใช่ๆ บอกกูมาเลย”

เขาโบกมือไปมาให้แจบอมรีบพูด โบกหยอยๆกลางอากาศจนฟาดเข้ากับไหล่ของอีกคน พอเป็นงั้นแจ็คสันเลยพาดแขนทั้งแขนไว้ที่ไหล่ของแจบอมไปเลย

เขารอให้แจบอมพูด ระหว่างรอก็หลับตาเอนหัวเข้ากับมืออุ่นๆ

 

“แจ็คสัน”

 

เจ้าของชื่อสะดุ้งนิดๆตอนโดนเรียก แจบอมสั่นหัวเขาไปมาเพื่อเรียกสติ แจ็คสันเลิกคิ้วปรือตาขึ้นมองคนที่กำลังจับหน้าตัวเอง

 

กูอยากนอนกับมึง

 

“…ห้ะ”

“กูว่าจะไม่แล้ว แต่มึงมันน่า…

 

ประโยคแรกก็ทำช็อคแล้ว

การเว้นคำประโยคต่อมายิ่งทำให้แจ็คสันเสียววาบไปถึงสันหลัง

…เหมือนๆจะโดนตบจนแทบจะสร่างเมาในทันที

 

“นี่มึงมอมกูหรือเปล่า”

“เปล่า”

 

ไม่รู้จะทำใจเชื่อคำพูดนั้นได้แค่ไหน

แจ็คสันเผลอบีบมือโดยลืมไปว่ากำลังจับไหล่แจบอมอยู่ เจ้าของไหล่ละมือออกจากหน้าของเขาแล้วย้ายตัวมานั่งบนโต๊ะที่พวกเขาใช้ฟุบหน้ากันเมื่อกี้ ระหว่างนั้น แจ็คสันยันตัวเองขึ้นยืน และสงสัยกับตัวเองว่า วันนี้เขาขมวดคิ้วไปกี่รอบแล้ว

 

“กูไม่อยากขืนใจมึง”

 

แจบอมใช้น้ำเสียงที่ดูอ่อนลงพูดกับเขา แล้วมันก็ทำให้แจ็คสันอ่อนตาม

 

“แล้วแฟนมึงล่ะ?”

“กูไม่มีแฟน แจ็คสัน”  แจบอมดันลิ้นกับข้างแก้มตัวเอง  “กูจะบอกตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

 

จากคำตอบ ทำให้แจ็คสันต้องพยายามเค้นสมองนึกถึงว่าเห็นแจบอมควงผู้หญิงล่าสุดเมื่อไหร่ แล้วมันก็… ตั้งแต่เทอมที่แล้ว ปลายปีก่อน

 

หลังนั่งมองแจ็คสันยืนทำหน้างง เหมือนตกอยู่ในความคิดของตัวเองสักพัก แจบอมก็พูดแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

 

“อย่างที่บอก กูอยากนอนกับมึง”

“…”

“กูถูกใจมึง”

 

แจ็คสันกัดปากตัวเอง ความคิดตีกันวุ่นไปหมด ในหัวกำลังคิดว่าเขาควรทำยังไงกับสถานการณ์นี้

ควรต่อยปากแจบอมสักทีแล้วเดินกลับห้อง

หรือควรไม่ต้องพูดอะไรเลยแล้วเดินกลับห้อง

เขาควรทำอะไรไหม ก่อนจะกลับห้อง

 

หรือควรต้องทำอะไร ถ้าจะอยู่ต่อ

 

เขามองมือแจบอมที่เอื้อมมาคว้าตัวเขาช้าๆ เห็นเป็นภาพชัดเหมือนเล่นวิดีโอทีละเฟรมๆ แจบอมดึงเขาเข้าไปจนชนกับตัวแข็งๆของอีกคน แล้วก็พาดแขนไว้ที่ข้างเอวเขา วางมือลูบไปมาที่แผ่นหลัง

 

นั่นทำให้แจ็คสันคิด

 

ก็ถ้าแจบอมบอกว่าจะไม่ขืนใจเขา

แจบอมก็ไม่ควรทำให้เขาอยากโดนขืนใจ

 

“มึงคิดว่าบอกกู แล้วกูจะว่ายัง…”

 

แจบอมส่งเสียงชู่ว  ไล้นิ้วโป้งไปมาเบาๆที่แผ่นหลังเขา  มันทำให้ลมหายใจสะดุดได้ง่ายๆ และยิ่งทำให้ต้องกลั้นหายใจไปอีก เมื่อแจบอมดันร่างตัวเองเข้ามาแนบกัน ก้มงับอากาศตรงปากที่อ้าอยู่ของเขา

 

ฮอตไปแล้ว…

 

“ก็แค่ตอบ”

 

“ว่าอยากนอนกับกูหรือเปล่า”

 

เขาเค้นหาความคิดด้านดีๆขึ้นมา แต่มันถูกหักล้างลงทั้งหมดด้วยเพราะแค่ลมหายใจร้อนๆ กับร่างกายที่แนบชิดไปทุกส่วนนี้ เขาคิดอะไรดีๆไม่ออก

 

เขาคิดถึงแต่อะไรไม่ดี..

 

“แต่กูเป็นเพื่อนมึง..”

 

อ๋อ  นั่นเป็นเหตุผลที่ดีมาก

เพื่อนที่เคยคิดอยากขึ้นเตียงกับอีกคน

 

“เราจะเป็นเพื่อน…”

แจบอมดันหน้าผากมาชนกับแจ็คสันก่อนจะพูดต่อ

 

“…ที่มีเซ็กซ์กัน”

 

 

.

.

.

.

 

 

“คำตอบล่ะ?”

 

“…ตกลง”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

to be continued

 


chapter 00 | 01 |02 |03 | 04 | 05 | 06 | 07 | 08 | 09 | 10